พระเครื่อง krusiam.com : Tel 0-2880-7770, 081-6480676, Fax 0-2433-0996

ติดต่อเรา | Site map

พระเครื่อง กรุสยามดอทคอม

ของเก่า ของสะสม | พระกรุ | พระเกจิ | หลวงพ่อทวด | พระโบราณ | พระใหม่ | เครื่องรางของขลัง | พระเนื้อไม้ | พระเนื้อดิน | พระเนื้อผง | พระบูชา
ภาคเหนือ | ภาคกลาง | ภาคอีสาน | ภาคใต้| บางลำภู | ท่าพระจันทร์ | มณเฑียร | แกลลอเรีย | พาต้าปิ่นเกล้า | พญาไม้ | สนามพระย่อย | ศูนย์พระทั่วไป | ผู้ค้าอิสระ

ประมูลพระเครื่อง : พระบูชา, พระกริ่ง-รูปหล่อ, เหรียญปั๊ม-เหรียญหล่อ, เนื้อดิน, เนื้อชิน, เนื้อผง-ว่าน, พระปิดตา, พระสมเด็จ, จตุคามรามเทพ, เครื่องรางของขลัง

บทความ - Krusiam Blog : annop19 Blog

ประวัติและและวัตถุมงคล


 



หลวงปู่บัว ถามโก วัดศรีบุรพาราม จังหวัดตราด

ประวัติโดยคร่าว ๆ ของหลวงปู่บัว ถามโก และวัดศรีบุรพาราม

วัด ศรีบูรพาราม หรือ วัดเกาะ ตะเคียน หมู่ 1 ต.วังกะแจะ อ.เมือง จ.ตราด เป็นอีกหนึ่งสถานที่น่าเลื่อมใสในดินแดนภาคตะวันออกของประเทศไทย หากเอ่ยชื่อวัดในภาคอื่น ๆ น้อยคนนักที่จะเคยได้ยินชื่อหรือรู้จัก แต่หากเป็นคนพื้นเพใกล้เคียง แม้แต่ประเทศเพื่อนบ้านล้วนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เพราะความขลังและความศักดิ์สิทธิ์ใน “ของดี” ของวัดแห่งนี้เลื่องลือไปทั่วแดนตะวันออกเดิมวัดศรีบูรพารามเป็นสำนักสงฆ์ เล็ก ๆ มีพระภิกษุสงฆ์จำพรรษาอยู่เพียงไม่กี่รูป จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2500 มีญาติโยมและชาวบ้านที่ศรัทธาบริจาคทุนทรัพย์ก่อสร้างเป็นวัดขึ้นมาใช้ชื่อ ว่า “วัดเกาะตะเคียน” ทำการฝังลูกนิมิตเมื่อปี พ.ศ. 2524 และมีการพัฒนาเรื่อยมาจนเปลี่ยนชื่อเป็น “วัดศรีบูรพาราม” จวบจนปัจจุบัน

วัด แห่งนี้มีเจ้าอาวาสรูปแรกและปัจจุบันคือ พระครูสังฆกิจบูรพา หรือ พระอาจารย์บัว อายุ 82 ปี เดิมนั้นท่านชื่อ บัว มารศวารี เกิดวันเสาร์เดือน 5 ปีขาล ตรงกับขึ้น 13 ค่ำ เดือน 5 พ.ศ. 2469 เป็นบุตรของ นายเชี๋ยและนางเตี่ยน ภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 3 หมู่ 3 ต.วังกะแจะ อ.เมือง จ.ตราด ตั้งแต่วัยหนุ่มท่านชอบศึกษาความรู้เกี่ยวกับยาสมุนไพรและเชี่ยวชาญด้านช่าง ไม้ ช่างปูน ช่างปั้น จวบจนอายุครบ 23 ปี ก็อุปสมบทเป็นพระภิกษุที่วัดบุบผาราม ต.วังกะแจะ โดยมีพระครูคุณวุฒิพิเศษ วัดบุบผารามเป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูวัตรรัตนวงษ์สิทธิ์ วัดหนองบัว เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ได้ศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรมเรื่อยมา จนใน พ.ศ. 2505 ก็ย้ายมาเป็นเจ้าอาวาสวัดเกาะตะเคียน พ.ศ. 2508 สอบได้ชั้นนักธรรมเอก และ พ.ศ. 2513 เลื่อนสมณศักดิ์เป็น พระครูสังฆกิจบูรพา ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะตำบลวังกะแจะ

“สมัยก่อนการศึกษาด้านภาษาบาลียัง ไม่แพร่หลายมากนัก ขาดครูผู้สอน อาตมาจึงหันไปศึกษาวิชาความรู้ต่าง ๆ รวมทั้งคาถาอาคมจากพระครูคุณวุฒิพิเศษ ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์และผู้เคารพนับถือ โดยเฉพาะวิชาหัวใจ 108 ทำให้รู้ถึงขั้นตอนและกรรมวิธีการทำน้ำมันงา ที่มีพุทธคุณด้านเมตตามหานิยม แคล้วคลาด อยู่ยงคงกระพัน อาศัยเรียนกับโยมชื่อ นายเสียง เป็นคนหมู่บ้านหนองโพง ที่ขึ้นชื่อลือชาเรื่องหนังเหนียว ปืนยิงไม่ออก มีดฟันไม่เข้า ทีแรกโยมพาลูกชายมาฝากไว้กับอาตมาที่วัดเพื่อให้เรียนวิชา แต่ลูกชายแกไม่สนใจ แกกลัววิชาจะสูญหาย จึงถ่ายทอดให้อาตมาจนหมดไส้หมดพุง ก็ไม่คิดว่าจะได้นำมาใช้”พระครูสังฆกิจบูรพา หรือ พระอาจารย์บัว กล่าวด้วยสีหน้าเปี่ยมด้วยความเมตตาและเล่าต่อว่า “สมัยก่อนนักเลงมีเยอะ โดยเฉพาะพวกคนมีสีชอบรังแกชาวบ้าน อาตมาก็ทำพระเครื่องขึ้นมาแจกให้ญาติโยมพกติดตัว จนไปมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับทหาร ถูกชักปืนจ่อยิง เหลือเชื่อ ปืนไม่ลั่น จนสามารถจับทหารดำเนินคดีติดคุกได้ จากนั้นมาชาวบ้านรู้ข่าวก็เดินทางมาขอของดี ก็แจกจนหมดไม่มีเหลือ เป็นเรื่องแปลกเหมือนกัน เมื่อก่อนทำใส่ไว้ในพานตั้งทิ้งไว้บนศาลาไม่เห็นมีใครสนใจอยากได้เลย พอลือว่าดีอย่างนั้นอย่างนี้พักเดียวมาเอาไปจนหมดเกลี้ยงเลย” อย่าง ไรก็ตาม นอกจากของดีที่หลาย ๆ คนเสาะแสวงหาแล้ว พระครูสังฆกิจบูรพา หรือพระอาจารย์บัว ยังได้รับการขนานนามว่า “เทพเจ้าแห่งโชคลาภ” ภาคตะวันออกอีกด้วย เนื่องจาก เคยมีลูกศิษย์มาเยี่ยมเยียนและนำคำสอนของหลวงพ่อไปตีเป็นเลข เด็ดเสี่ยงโชค ปรากฏว่าถูกหวยรวยกันเละมาแล้ว พอท่านทราบเข้าก็ได้แต่ยิ้มและยืนยันไม่ได้สนับสนุนบอกใบ้ให้เลขใครทั้งสิ้น ถือว่าใครที่มีโชคลาภแล้วแต่บุญวาสนาของแต่ละคน นายแก่นเพชร ช่วงรังษี ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ก็เป็นผู้ที่ใกล้ชิดหลวงพ่ออีกคนหนึ่ง ให้สัมภาษณ์ทีมงานของเราว่า หลวงพ่อท่านเป็นพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบที่น่านับถืออีกรูปหนึ่งในจังหวัด หลายคนมองว่าท่านให้เลขเด็ดแม่นนั้น ขอบอกไว้เลยอย่าไปขอเสียให้ยาก ท่านไม่เคยสนับสนุนใครให้เล่นการพนันหรือเสี่ยงโชคทั้งสิ้น ท่านเคยพูดว่ามันเป็นสิ่งงมงาย ส่วนใหญ่ชาวบ้านที่มากราบท่านจะมาถวายสิ่งของ หรือขอของดี หรือให้พรมน้ำมนต์เพื่อเป็นสิริมงคล ท่านก็ไม่เคยขัดศรัทธา แต่มีบางรายหัวใสจำคำพูดหรือกิริยาท่าทางไปตีเลขเด็ดเสี่ยงโชคถูกก็มี ไม่ถูกก็มี มีแต่หลวงพ่อแนะนำให้ชาวบ้านขยันหมั่นเพียร มีความอดทน ใจต้องสู้ หากคนเราใจมันท้อถอยก็แพ้เลย ยิ่งไม่ขยันทำงานทำการก็อยู่ไม่รอดแน่ ต้องพยายามประหยัดและอดออมกันจะได้มีเงินใช้จ่าย อย่าไปงมงายกับเลขเด็ดเลย นั่นเป็นเพราะบุญเก่าและแต่ละคนมีโชคลาภวาสนาไม่เหมือนกัน
 จ.อ.บุณณะ บุญกิตติเจริญ อดีตทหารเรือเลือดน้ำเค็ม ศิษย์เอกก้นกุฏิของหลวงพ่อหัวร่อร่า ให้สัมภาษณ์ด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า ตนลาออกจากราชการทหารตั้งแต่ปี 2516 ย้ายมาอยู่ข้างวัดแห่งนี้หลายปีและคอยรับใช้หลวงพ่อมาตลอด ที่ผ่านมา ท่านจัดสร้างวัตถุมงคลขึ้นหลายแบบให้ญาติโยมเช่าบูชาหารายได้บูรณะและพัฒนา วัด เท่าที่จำได้ก็มี

1. พระผงสี่เหลี่ยมเล็ก พิมพ์เจริญพร เนื้อว่านสีดำ หลังพลอย ปัจจุบันไม่มีแล้วและหายากมาก พวกลูกศิษย์จะหวงกันมาก
2. พระผงสี่เหลี่ยมใหญ่ พิมพ์เจริญพร เนื้อว่านสีดำ
3.พระปิดตาเจริญพร พิมพ์ใหญ่ เนื้อว่านสีดำ รุ่น 1 ลักษณะคล้ายกับพระปิดตาวัดอ่างศิลา
4. พระปิดตาเจริญพร พิมพ์เล็ก เนื้อผงดำ รุ่น 1 ลักษณะคล้ายกับพระปิดตาวัดอ่างศิลา
5. พระปิดตาหน้าทองพรายกุมาร
6. เหรียญนั่งพาน
7.ตะกรุด โทนยาว 5 นิ้ว รุ่นแรกสร้างเพียง 99 ดอก รุ่นนี้เคยมีประสบการณ์ กำนันชื่อดังเคยพกติดตัวไปมีเรื่องทะเลาะวิวาทในร้านอาหาร แต่ปืนคู่อริยิงไม่ออก จากนั้นมาจึงมีการสร้างรุ่น 2 ขึ้นมาอีก 1,000 ดอก นอกจากนี้ยังมีตะกรุดโทนยาว 3 นิ้ว สร้างไว้ 600 ดอก
8. เหรียญรูปเหมือนรุ่น 1 หน้าหนุ่ม

ปัจจุบัน วัตถุมงคลพวกนี้ยังพอหาเช่าบูชาได้“ของพวกนี้มีประสบการณ์มาแล้วทั้งนั้น ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ ประมาณปี พ.ศ. 2527 ทหารเรือทะเลาะกับทหารอากาศ ยิงปืนใส่ 3 นัด แต่ยิงไม่ออก ตำรวจเก็บลูกปืนไว้เป็นหลักฐาน เมื่อคดีสิ้นสุดลองเอามายิงดู ปรากฏว่าลั่นเปรี้ยงทุกนัดเลย อีกรายปี พ.ศ. 2542 ชาวบ้านเช่าพระปิดตาพิมพ์เล็กไปลองเอาปืนอาก้ายิงใส่หลายนัด แต่ไม่ถูกองค์พระสักนัดเดียว ตั้งแต่บัดนั้นก็ขึ้นคอบูชาติดตัวมาตลอด วันหนึ่งเขาไปธุระฝั่งประเทศเพื่อนบ้านแล้วถูกจับตัวเรียกค่าไถ่ โทรศัพท์บอกแม่ให้นำเงินไปจ่ายค่าไถ่ แต่แม่ไปผิดเวลาเขาเลยถูกคนร้ายใช้ปืนกลยิงใส่ แต่ไม่เป็นอะไรเลย มีเพียงจุดแดง ๆ คล้ายผึ้งต่อยเต็มตัว โดยมีรอยกระสุนปืนอยู่ 1 นัด แม่ถามว่าหนังเหนียวนี่ แล้วนัดนี้ทำไมถึงยิงเข้าล่ะ ลูกชายก็บอกว่าเขานึกด่าพวกนั้นในใจ เพราะรำคาญที่รุมยิงกันอยู่ได้ เท่านั้นเองกระสุนเจาะเลือดพุ่งเลย แม่ได้ฟังก็รีบพาลูกไปโรงพยาบาลและพาไปกราบหลวงพ่อ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เหลือเชื่อแต่เป็นความจริง นอกจากนี้มีทหารอากาศมาฝึกบินใกล้ ๆ วัด หลายคนบอกเห็นหลวงพ่อนั่งสมาธิบนก้อนเมฆด้วย ฝึกเสร็จมาฝากตัวเป็นลูกศิษย์กันแน่นวัดเลย หลวงพ่อท่านก็ไม่ว่าอะไรหยิบน้ำมันงาดิบแจกคนละ 1 ขวดให้ไว้ พกติดตัว” อดีตทหารเรือ กล่าว

คำบอกเล่าเหตุการณ์ในวันเสาร์ ขึ้น 5 ค่ำ เดือน 5 ตรงกับวันเสาร์ที่ 20 มีนาคม 2553 ในพิธีปลุกเศกรูปหล่อหลวงปู่บัวฉลองอายุครบรอบ เจ็ดรอบ ซึ่งมีพระปิดตาหลังรูปเหมือนหลวงปู่บัว จำนวน หนึ่งหมื่นเหรียญซึ่งจะแจกฟรีในงาน วันที่ 10 เมษายน 2553 ในวันพิธี ที่วัดจัดอย่างเรียบง่ายไม่ใหญ่โตวุ่นวายใดๆ มีเพียงหลวงปู่บัวปลุกเศกเพียงรูปเดียว เวลาที่เริ่มปลุกเศก บ่ายโมง สามสิบห้านาที โดยหลวงปู่สวดกล่าวชุมนุมเทวดาด้วยตัวเองอีกด้วย และเป็นประธานจุดเทียนชัย ในระหว่างพิธีตอนที่ท่านสวดชุมนุมเทวดา มีเสียงไก่ขันตลอดเวลา ซึ่งผมไปถึงวัดตั้งแต่เช้าและอยู่คอยจนกระทั่งปลุกเศก ผมไม่ได้ยินเสียงไก่ขัน แต่เวลาที่หลวงปู่ท่านเริ่มพิธีสวดปลุกเศก ผมได้ยินเสียงไก่ขันตลอดเวลาที่ท่านทำการปลุกเศก และท้องฟ้ามืดครึมเหมือนจะมีฝนตกแต่ไม่ตก ผมสามารถเห็นได้ชัดเพราะผมนั่งอยู่ตรงหน้าต่างโบสถ์บานที่เปิดไว้พอดี (พิธีปลุกเศก ทำในโบสถ์) และระหว่างปลุกเศกท่านได้ลืมตาและมองมาที่ประตูเหมือนมองดูอะไรอยู่เป็นพักๆ ซึ่งถ้าท่านหลับตาท่านจะทำการท่องมนต์ปลุกเศกพระ และท่านจะลืมตามองมาที่ประตูช่วงที่ลืมตามองที่ประตูท่านจะหยุดสวด พอมองสักพัก ท่านก็หลับตาท่องมนต์ปลุกเศกต่อ เสมือนกับว่า มีใครมาช่วยท่านปลุกเศก และเสมือน ว่าท่านหลวงปู่บัว สลับทำการปลุกเศก กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์เบื้องบน ที่ลงมาช่วยท่านปลุกเศก ซึ่งผมเห็นหลวงปู่บัวมองมาที่ประตูบ่อยมาก ท่านใช้เวลาทำการปลุกเศกประมาณ สามชั่วโมง ท่านดับเทียนในขันน้ำมนต์เวลาประมาณ ห้าโมง ห้านาที และจำนวนเทียนที่จุดใช้ในการทำน้ำมนต์ จำนวน ห้า เล่ม ผมว่าพระรูปหล่อหลวงปู่บัวรุ่นนี้ท่านเศกให้ครบคลุมครอบจักรวาล มีเมตตา มหานิยม ด้วยครับ เพื่อนๆถ้ามีโอกาสเก็บก็น่าจะเก็บไว้ใช้บูชานะครับ พุทธคุณสุดยอด ไม่แพ้พระกริ่งของท่านนะครับ

รูปหล่อที่ออกให้บูชา นี่ ผมบอกได้คำเดียวว่าสุดยอดมากครับ เพราะโดยปกติท่านจะปลุกเศกประมาณชั่วโมงกว่า แต่สำหรับรุ่นนี้ท่านปลุกเสกถึง สาม ขั่วโมง และ ฤกษ์เวลาทุกอย่าง ลงท้ายที่เลข ห้า คือ เริ่มเวลา บ่ายโมง สามสิบห้านาที เสร็จที่ ห้าโมง ห้านาที เทียนในบาตรน้ำมนต์หลวงปู่ ห้า เล่ม เทียนที่จุดในโอ่งน้ำมนต์ข้างเทียนชัยผมเป็นคนดูแลรับผิดชอบในการต่อเทียน ซึ่งเทียนในโอ่งนั้นใช้ทั้งหมด ห้า เล่ม ดั้งนั้นจะไม่ให้บอกว่าสุดยอดได้อย่างไร คงไม่ใช่เหตุบังเอิญนะครับ ที่ทุกอย่างจะขึ้นต้นด้วย เลข 5 และลงท้ายด้วยเลข 5 ทั้งหมดครับ และถ้าเพื่อนๆรู้ความหมายของเลข 5 แล้วเพื่อนๆจะเข้าใจว่าทำไมผมถึงบอกว่า รูปหล่อนี้จะดังและเป็นสุดยอดพระเครื่องหลวงปู่บัวอีกรุ่น เพราะเลข 5 หมายถึง เลข ธรรม หรือหมายถึง เลข เศรษฐี ก็ได้ครับ จะถูกหรือผิดเพื่อนๆลองไปดูความหมายของเลข 5 ก็ได้นะครับ


สุด เหลือเชื่อ พระกริ่งรุ่นแรก รุ่นเดียวและรุ่นสุดท้ายของ หลวงพ่อบัว จองหมดภายใน อาทิตย์เดียว เพื่อฉลองเจตนาของ คณะศิษยานุศิษย์ที่จะร่วมสร้างศาลาการเปรียญหลังใหม่ให้เสร็จสมบูรณ์ พระอาจารย์บัว เจ้าอาวาสวัดศรีบูรพาราม จึงอนุญาติให้คณะศิษย์สร้งพระกริ่งขึ้นมาชุดหนึ่ง ท่านตั้งชื่อให้ว่า “พระกริ่งมงคลมหาเศรษฐี” ท่านให้สร้างเป็นครั้งแรกครั้งเดียวและครั้งสุดท้าย เพื่อนำปัจจัยที่ได้ไปสมทบทุนสร้างศาลหลังใหญ่ให้เสร็จเพื่อเป็นที่ระลึกใน วาระที่ท่านจะมีอายุครบ ๗ รอบหรือ ๘๔ ปีไปพร้อมกัน โดยท่านกำหนดให้เททองหล่อที่หน้าศาลาหลังใหญ่ ในวันศุกร์ที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๒ เวลาเช้าก่อน ๙ นาฬิกา ซึ่งเป็นฤกษ์มหาเศรษฐี โดยท่านเป็นผู้คำนวนฤกษ์เอง เพื่อจะบันดาลให้ผุ้ที่เคารพนำไปใช้บูชาแล้วร่ำรวย เงินทองไหลมาเทมาเป็นเศรษฐีมหาเศรษฐี สมดังสมญานามของท่านที่ว่า “เทพเจ้าแห่งโชคลาภ” นอกจากกำหนดให้เททองหล่อแบบโบราณทุกองค์ทุกเนื้อแล้ว ท่านยังขอใช้แบบพระกริ่งชินบัญชรอันโด่งดังของหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ จังหวัดระยอง เป็นต้นแบบ แต่ให้เปลี่ยนบัวที่ฐานเป็นบัวเท้าช้าง คณะศิษย์ จึงขอให้คุณ ชินพร สุขสถิตย์ ผู้สร้างพระกริ่งชินบัญชรของหลวงปู่ทิมเป็นผู้ดัดแปลงพิมพ์ให้ เพื่อหล่อให้ทัน ตอนหลวงพ่อบัวจะมีอายุครบ ๘๐ ปี หรือเมื่อ ๔ ปีที่แล้ว ท่านพิจารณาแบบที่ทำมาให้ปรากฏว่าถูกใจและกรรมการทุกคนก็เห็นชอบ แต่แล้วหลวงพ่อบัวก็เปลี่ยนใจในวันนั้นโดยบอกแต่เพียงว่า “ยังไม่ถึงเวลา” จนอีก ๔ ปีต่อมาคือเมื่อปลายปี ๒๕๕๑ ท่านบอกคณะศิษย์ว่า ถึงเวลาแล้วเ จ้าของเขาอนุญาติแล้ว คณะศิษย์โดยป่าไม้อ้วน จึงติดต่อให้คุณชินพร ขึ้นไปทำสัญญากับวัด เมื่อวันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๑ พร้อมทั้งนำพระตัวอย่างที่หล่อแบบโบราณทั้ง ๔ พิมพ์ ไปให้คณะกรรมการพิจารณา ก็ถูกใจและทำสัญญากันในวันนั้น เมื่อวันจันทร์ที่ ๕ มกราคม อันเป็นวันเปิดศักราชใหม่ของปี ๒๕๕๒ คุณชินพรได้โทรไปถามป่าไม้อ้วนเรื่องยอดการจองพระ ปรากฏว่าพระชุดนี้ได้ ถูกจองหมดทุกเนื้อ และปิดจองแล้ว คุณชินพร สุขสถิตย์ ถึงกับอุทานว่า เหลือเชื่อจริงๆ ผมสร้างพระกริ่งมาหลายรุ่นหลายวัดก็ไม่หมดเร็วขนาดนี้ คงจะเหมือนคำพูดของหลวงปู่ทิมที่เคยพูดให้ศิษย์หลายคนได้ยินกันว่า “พรเขาจะทำพระกริ่ง ดังอีกครั้งอีก” คุณชินพร จึงบอกว่าคงจะเป็นรุ่นนี้แน่ๆ พระกริ่งมงคลมหาเศรษฐีของหลวงพ่อบัวที่จะเททองหล่อแบบโบราณและเข้าหุ่นด้วย ดินไทยในวันศุกร์ที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๒ และ เสาร์ที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๕๒
เมื่อ วันที่ ๑๐-๑๑-๑๒ เมษายน ที่ผ่านมา พระอาจารย์บัว หรือ พระครูสังฆกิจบูรพา ได้ทำพิธีเททอง ชุดมงคลมหาเศรษฐี เนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบ ๘๓ ปี เมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๒ ที่ผ่านมานี้ เป็นการสร้างพระกริ่งเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวของจังหวัดตราดท่ามกลางความ วิตกกังวลของศิษยานุศิษย์และผู้เคารพนับถือท่าน เพราะเป็นช่วงระยะเวลาที่ดีเปรสชั่นเข้าสู่ประเทศไทยเกือบทั่วทุกภาคโดย เฉพาะภาคตะวันออก ด้วยความวิตกกังวลกลัวงานเททองหล่อพระกริ่งสำคัญครั้งนี้จะต้องล้มเหลว เพราะฝนเป็นอุปสรรคต่อการเททองหล่อพระ แต่อาจารย์บัว พูดคำเดียวว่า “ไม่ตก” ถึงกระนั้นหลายคนก็ยังไม่มั่นใจ ถามท่านซ้ำแล้วซ้ำอีก ท่านก็พูดคำเดียวอีก “หื่อ!” อันเป็นคำพูดที่ลูกศิษย์เกรงกันมาก เพราะคำ “หื่อ” ของท่านนั้นคล้ายกับพูดว่า “ไม่เชื่อหรือ?”จนวันที่ ๘ เมษายน ซึ่งโรงหล่อ “ขุน – ชิน ช่างหล่อ” ผู้รับงานยกทีมงานมาถึงวัดแล้วฝนก็ยังตกอยู่ตลอดทั้งวัน แต่พอวันที่ ๙ เมษายน ช่างต้องก่อเตาเผาหุ่นและเริ่มหลอมทองเนื้อพระกริ่งในค่ำนั้น คณะช่างก็ยังวิตกกังวลอยู่เพราะถ้าฝนตกลงมาก็จะเททองตามฤกษ์ยามในเช้าวัน ศุกร์ที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๒ไม่ได้ แต่ศิษย์อาจารย์บัวต่างยืนยันว่า หลวงพ่อว่าไม่ตกก็ไม่ตกหรอก ...เชื่อใจได้ ช่างขุนหัวหน้าช่างถึงกับเอ่ยปากบนกับท่านว่า “ถ้าคืนนี้, พรุ่งนี้ไม่ตก ต้องไปกราบตีนท่าน”
แล้วความมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้น ตั้งแต่ค่ำวันที่ ๙ เมษายน อันเป็นวันที่ต้องจุดไฟเผาหุ่นและหลอมทอง ฝนไม่ตกในบริเวณพิธี แต่พ้นกำแพงวัดออกมา ฝนตกหนักเป็นพักๆ เป็นอย่างนี้ตลอดทั้ง ๓วัน จนเทพระกริ่งทั้งหมดเสร็จสิ้นของบ่ายวันที่ ๑๑ เมษายน๒๕๕๒ ฝนจึงตกลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา คล้ายกับอั้นมานาน เหมือนกับการเททองพระกริ่งชินบัญชร ของหลวงปู่ทิม อิสริโกเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๑๗ อย่างไรอย่างนั้นโดยเช้าวันศุกร์ที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๒ ซึ่งเป็นวันเททองเวลา ๘.๐๙น. เมื่อพราหมณ์เริ่มอ่านโองการ และขณะเดียวกันคุณชินพร สุขสถิตย์บอกกล่าวอัญเชิญหลวงปู่ทิม อิสริโก ... พระอาทิตย์ในเวลาเช้าซึ่งมีเมฆปรกคลุมได้เกิดรุ้งกินน้ำขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งไม่น่าจะเกิดรุ้งได้เพราะแสงอาทิตย์ยังไม่แรง อีกทั้งมีเมฆมาบดบัง แต่ก็เกิดรุ้งกินน้ำขึ้นจนได้ และในเวลาต่อเนื่องกันได้กลายเป็นพระอาทิตย์ทรงกรดอย่างมหัศจรรย์ เป็นที่ปิติยินดี อัศจรรย์ใจแก่ผู้ที่ร่วมอยู่ในพิธีทุกคนวัตถุมงคลชุดมงคลมหาเศรษฐี ทุกองค์ทุกเนื้อเททองแบบดินไทยโบราณ ในเทวีฤกษ์ เป็นวันอำมฤตโชค ชัยโชค ราชาโชค ทั้งพระกริ่ง, พระชัยวัฒน์, พระปิดตามหาลาภ และ พระสังกัจจายน์ เข้าหุ่นด้วยดินไทยรวม ๒๘๔ กระบอก มีองค์พระรวมทั้งสิ้นประมาณ ๘,๐๐๐ องค์ เททองกันถึง ๒ วันเต็ม องค์พระสมบูรณ์เกือบทั้งหมดพระชุดมงคลมหาเศรษฐี ทั้งหมด สั่งจองกันหมดแล้ว ตั้งแต่ต้นเดือน มกราคม ๒๕๕๒ และจะรับพระได้หลังออกพรรษา ราวปลายเดือนตุลาคม ๒๕๕๒
พระที่สร้างครั้งนี้มีด้วยกัน ๔ พิมพ์คือ

๑. พระชัยวัฒน์ เนื้อทองคำตามจำนวนสั่งจอง และ พระชัยวัมน์เนื้อนวะโลหะ ก้นอุดผง ๙๙๙ องค์
และพระชัยวัฒน์เนื้อนวะโลหะ จำนวน ๑,๕๕๔ องค์
๒. พระกริ่ง
๒.๑ เนื้อทองคำ สร้างตามจำนวนสั่งจอง
๒.๒ เนื้อนวะโลหะก้นทองคำ จำนวน ๒๙๙ องค์ ๒.๓ เนื้อนวะโลหะก้นเงิน จำนวน ๕๕๕ องค์ ๒.๔ เนื้อนวะโลหะก้นทองแดง จำนวน ๑,๖๑๕ องค์ ๒.๕ เนื้อนวะอุดน้ำมันแต่งกองทัพของหลวงพ่อบัวผสมผงพรายกุมารหลวงปู่ทิมจำนวน ๑๘๔ องค์
รวมทุกเนื้อราว ๒,๖๘๕ องค์เท่าอายุหลวงพ่อ
๓. พระสังกัจจายน์มงคลมหาเศรษฐี เนื้อทองคำตามจำนวนสั่งจอง
และ เนื้อนวะโลหะจำนวน ๙๙๙ องค์
๔. พระปิดตามงคลมหาเศรษฐี เนื้อทองคำตามจำนวนสั่งจอง และเนื้อนวะโลหะจำนวน ๙๙๙ องค์
เนื่องจากเททองเข้าหุ่นแบบโบราณ และต้องเททองในปริมลฑลทุกองค์ จึงใช้เวลาเททองถึง ๒ วัน คือ
ตั้งแต่เช้าวันศุกร์ที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๒ ณ เวลา ๐๘:๕๙ น. และในวันเสาร์ที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๕๒
พระกริ่งของท่านซึ่งสร้างขึ้นครั้งแรก-ครั้งเดียว และก็เป็นครั้งสุดท้าย ผมเลยบอกไปว่า หลวงปู่บัวท่านให้ศิษย์มาขอให้ผมช่วยเปลี่ยนฐานบัว เป็นบัวเล็บช้าง แต่ให้คงพระพักตรชินบัญชรไว้ด้วย ทั้งท่านเจาะจงให้ผมเป็นคนสร้างพร้อมทั้งเมตตาตั้งชื่อพระชุดนี้ว่า “มงคลมหาเศรษฐี” โดยเททองติดต่อกัน ๒ วัน ๓ คืน พระทุกองค์ทุกเนื้อเททองหล่อกันในวัดศรีบุรพาราม ท่ามกลางฝนตกหนักทั่วภาคตะวันออก เว้นแต่ที่วัดเท่านั้นที่ไม่ตก เททองหล่อกันในวันที่ ๑๐-๑๑-๑๒ เมษายน ๒๕๕๒ ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิดครบ ๘๓ ปีเต็มของท่าน แต่พระของท่านก็จองกันหมดตั้งแต่ ๕ มกราคม ๒๕๕๒ หลังจากเปิดให้สั่งจองได้ไม่กี่วัน ผู้ที่ลังเลไม่จองก็ต้องซื้อใบจองแพงกว่าเดิม ๒-๓ เท่า พระกริ่ง, พระชัยวัฒน์, พระสังกัจจายน์ และพระปิดตาปุ้มปุ้ย กรรมการวัดทำตัวเลข, โค๊ต และอุดผงปิดก้นเองทั้งหมดภายในวัด เชื่อได้แน่นอนว่า ไม่มีเสริม ไม่มีเกิน และพระชุดนี้ต้องดังระเบิดแน่ๆ เหมือนที่หลวปู่ทิมเคยพูดไว้ “พร เขาจะทำพระกริ่งดังขึ้นมาอีกครั้ง”

Author: annop19 , Posted: 2012-12-05 15:09

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

*ขนาดของภาพไม่เกิน 150 K (ใช้ได้เฉพาะภาพที่มีนามสกุล JPG,GIF)