พระเครื่อง krusiam.com : Tel 0-2880-7770, 081-6480676, Fax 0-2433-0996

ติดต่อเรา | Site map

พระเครื่อง กรุสยามดอทคอม

ของเก่า ของสะสม | พระกรุ | พระเกจิ | หลวงพ่อทวด | พระโบราณ | พระใหม่ | เครื่องรางของขลัง | พระเนื้อไม้ | พระเนื้อดิน | พระเนื้อผง | พระบูชา
ภาคเหนือ | ภาคกลาง | ภาคอีสาน | ภาคใต้| บางลำภู | ท่าพระจันทร์ | มณเฑียร | แกลลอเรีย | พาต้าปิ่นเกล้า | พญาไม้ | สนามพระย่อย | ศูนย์พระทั่วไป | ผู้ค้าอิสระ

ประมูลพระเครื่อง : พระบูชา, พระกริ่ง-รูปหล่อ, เหรียญปั๊ม-เหรียญหล่อ, เนื้อดิน, เนื้อชิน, เนื้อผง-ว่าน, พระปิดตา, พระสมเด็จ, จตุคามรามเทพ, เครื่องรางของขลัง

กระดานสนทนา : สภากาแฟ

Share

ที่สุด ที่เห็น ที่เป็นกฎ..?

ท้าวคันแทนา

 สมาชิก GOLD-CLUB

คะแนน: 2,795 P.

ตั้ง : 103 925 : ตอบ

โหวตกระทู้

Vote :

ศาลสั่งปรับคนเก็บขยะกว่า 2 แสนบาท หลังขายซีดีหนังริมฟุตบาท ชี้ละเมิด พรบ.ภาพยนตร์และวิดีทัศน์ พ.ศ.2551 รับสารภาพลดโทษให้เหลือปรับ 133,400 บาท ...

ที่ศาลอาญา วันที่ 16 ส.ค. ศาลอาญามีคำพิพากษาในคดีที่ พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้อง นายสุรัตน์ มณีนพรัตนสุดา เป็นจำเลย ฐานประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำนำภาพยนตร์ จำพวกแผ่นวีซีดีภาพยนตร์ จำเลยให้การรับสารภาพชั้นสอบสวน แต่ให้การปฏิเสธในชั้นศาล คดีมีอัตราโทษปรับตั้งแต่ 2 แสน ถึง 1 ล้านบาท

โจทก์ฟ้องและนำสืบว่า เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2551 จำเลยประกอบอาชีพจำหน่ายภาพยนตร์ อันเป็นวัสดุที่มีการบันทึกภาพและเสียง ซึ่งสามารถนำมาฉายให้เห็นเป็นภาพที่เคลื่อนไหวได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดจำหน่ายเป็นแผงลอยไม่มีเลขที่ ตั้งอยู่ริมบาทวิถี ในตลาดนัดใกล้สี่แยกกรุงเทพกรีฑา เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร และได้รับเงินตามราคาแผ่นวีซีดีภาพยนตร์ที่ได้จำหน่ายในราคาแผ่นละ 20 บาท โดยมิได้รับใบอนุญาต เหตุเกิดที่แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551

จำเลยปฏิเสธว่า จำเลยเป็นลูกจ้างชั่วคราว ตำแหน่งพนักงานเก็บขยะ ประจำเขตสะพานสูง กองรักษาความสะอาด กรุงเทพมหานคร เก็บขยะระหว่างเวลา 04.00 น.ถึง 10.00 น. เมื่อเก็บขยะแล้วจะแยกขยะที่พอขายได้ ไปขายที่แผงแบกะดิน ตลาดหน้าหมู่บ้านนักกีฬา โดยขายปะปนกับหม้อหุงข้าว และรองเท้าเก่า ต่อมาถูกตำรวจ สน.หัวหมาก จับ โดยยอมรับว่าขายจริง แต่ไม่ได้เป็นผู้ประกอบการ และนำพนักงานขับรถขยะ กับหัวหน้างาน มาให้การทำนองเดียวกัน

ศาลพิพากษาว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้อง ให้ปรับ 200,100 บาท แต่จำเลยเคยให้การรับสารภาพชั้นสอบสวน คงลดโทษให้เหลือปรับ 133,400 บาท ถ้าไม่จ่ายค่าปรับให้กักขังแทนค่าปรับ จำเลยฟังคำพิพากษาแล้ว ขอยื่นประกันตัว ในวงเงิน 100,00 บาท ก่อนยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาต่อไป

ด้านทนายความ และญาตินายสุรัตน์ เปิดเผยว่า คดีนี้เป็นอุทธาหรณ์ของชาวบ้านที่เก็บของขายข้างถนน แต่ถูกจับเพราะไม่รู้ว่ามี พรบ.ภาพยนตร์และวิดีทัศน์ พ.ศ.2551 ประกาศใช้เมื่อวันที่ 27 ก.พ. 2551 และไม่รู้ด้วยว่าต้องไปขออนุญาตจำหน่ายที่กระทรวงวัฒนธรรม พร้อมเสียค่าธรรมเทียม 5,000 บาท กฎหมายฉบับนี้มีเจตนารมณ์จะเอาผิดกับผู้ประกอบกิจการค้าภาพยนตร์ที่ไม่ได้รับอนุญาต โดยฝ่าฝืน ดังนั้นจำเลยจะอุทธรณ์ในประเด็นว่า เราไม่ได้เป็นผู้ค้า เพราะเป็นคนเก็บขยะ มีลูกอายุ 4 เดือน หากถูกจับอย่างนี้ จะเป็นตัวอย่างให้คนที่ขายของระวังมากขึ้น...............................................

ข่าวจาก ไทยรัฐออนไลน์ จะเห็นได้ว่า กฎหมายของเรา เอาจริงเอาจัง ได้กับเฉพาะคนจนๆ เท่านั้น หากเป็นผู้มีอิทธิพลหรือมีฐานะซักหน่อย ป่านนี้เคลียร์กันเรียบร้อยแล้ว แถมหากประกอบอาชีพCD เถื่อน ซึ่งเห็นวางขายกันทั่วไป ยังไม่เห็นจับไปเลย เพราะมีคูปองตั๋วผ่านประตูแล้ว เลยจับไม่ได้ คนจนๆเก็บขยะของเทศบาล นำ CD เก่าๆ ที่ตนเองซื้อไว้ไม่ได้ดูแล้วนำมาวางขายกับของใช้เก่าๆ เป็นของ มือสองแบกะดิน กลับถูกจับ ติดคุกเสียค่าปรับเป็นแสน จริงๆแค่ลงโทษตักเตือน บำเพ็ญประโยชน์ ก็น่าจะเพียงพอแล้ว เพราะดูจากเจตนาแล้ว เขาเอาของเก่าที่ไม่ได้ใช้แล้วมาวางขายเท่านั้น ฝากถึงเจ้าหน้าที่รัฐที่ลงปฏิบัติหน้าที่ ช่วยเอาจริงเอาจังกับพวกที่จงใจฝ่าฝืนกฎหมายด้วยเถอะ พวกท่านยิ่งทำอย่างนี้ ยิ่ง 2 มาตรฐาน ประเทศก็ไม่สงบสุขหรอกจ๊ะ มีแต่รอการประทุออกมาเท่านั้น ................................................


พระแท้ ต้องมีมาตรฐานเหมือนกันทุกที่นะจ๊ะ

แก้ไขกระทู้ แสดงความคิดเห็นกลับข้างบนลงด้านล่าง

# ความคิดเห็นที่ : 1

kuniza

 สมาชิก GOLD-CLUB

คะแนน: MAX P.

ตั้ง : 218 995 : ตอบ

จะเห็นได้ว่า กฎหมายของเรา เอาจริงเอาจัง ได้กับเฉพาะคนจนๆ เท่านั้น

มันหมดความน่าเชื่อถือไปแล้ว ศาลอะครับ
แถวบ้านผม เรียก สานเจ้า

แก้ไขกระทู้ แสดงความคิดเห็นกลับข้างบนลงด้านล่าง

# ความคิดเห็นที่ : 2

ท้าวคันแทนา

 สมาชิก GOLD-CLUB

คะแนน: 2,795 P.

ตั้ง : 103 925 : ตอบ

และยังมีอีกกรณี คือผู้ว่า สตง. เป็นมาเป็น 10 ปีแล้ว ถึงเวลาเกษียณก็ยังจะยื้ออยู่ต่ออีก แค่นี้ก็รู้แล้วว่าท่านเป็นคนอย่างไร


"พิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส" ยันหนังสือคำสั่งของ "คุณหญิงจารุวรรณ" 3 ฉบับล่าสุด ที่ยกเลิกรักษาการผู้ว่า สตง. ไม่มีผลบังคับใช้ เนื่องจากกฤษฎีกาฟันธงว่า "คุณหญิงเป็ด" พ้นเก้าอี้ไปแล้ว เผยเจ้าตัวเป็นคนยื่นกฤษฎีกาตีความเอง ก่อนจะให้รองผู้ว่า สตง.ยื่นซ้ำอีกรอบ...

ไทยรัฐออนไลน์ยังคงเกาะติดปัญหาเก้าอี้ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่กำลังเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางในสังคม ท่ามกลางความสับสนว่าที่สุดแล้ว คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ยังสามารถนั่งในเก้าอี้ผู้ว่า สตง.ได้อีกหรือไม่

ขณะที่สังคมรอคำตอบอยู่กลายเป็นมีประเด็นใหม่ขึ้นมา เมื่อคุณหญิงจารุวรรณ เซ็นคำสั่งยกเลิกคำสั่ง สตง.ที่ 75/2552 ลงวันที่ 9 เม.ย. 2552 ให้ นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส รองผู้ว่า สตง. พ้นจากรักษาการผู้ว่า สตง. และบอกด้วยว่าตนในฐานะคนแต่งตั้ง สามารถที่จะยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งได้ และมั่นใจว่าจะไม่เกิดปัญหาขึ้น

ล่าสุด นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน รักษาการแทนผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เปิดใจกับ ไทยรัฐออนไลน์ ว่า เมื่อวันที่ 19 ส.ค. ผู้บริหารระดับสูงของ สตง. ได้ร่วมประชุมพิจารณาข้อกฎหมายของคณะกรรมการกฤษฎีกา และหนังสือคำสั่ง 3 ฉบับที่คุณหญิงจารุวรรณออกมาในวันที่ 18 ส.ค. ซึ่งที่ประชุมเห็นว่าข้อกฎหมายที่กฤษฎีกาอ้าง มีเหตุผลรับฟังได้ว่าคุณหญิงจารุวรรณ ต้องพ้นจากตำแหน่งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เนื่องจากไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เมื่ออายุครบ 65 ปีบริบูรณ์ตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ และการที่คุณหญิงจารุวรรณไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ผู้ว่าได้ หมายความว่าปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดินไม่ได้เช่นกัน

"ดังนั้นหนังสือ 3 ฉบับที่ออกมาโดยใช้อำนาจหน้าที่แทนประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดินและคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน จึงไม่มีผลบังคับใช้ได้ ประกอบกับหนังสือทั้งหมด อาศัยการตีความจากคุณหญิงจารุวรรณเอง จึงไม่มีน้ำหนักเหตุผลที่จะรับฟังได้ ดังนั้น เราจะต้องปฏิบัติตามแนวทางของกฤษฎีกาโดยเคร่งครัด เพราะผู้รักษาการเป็นข้าราชการประจำ อย่างไรจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับ"

สำหรับปมที่มาของปัญหานั้น นายพิศิษฐ์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวมีข้อเท็จจริงว่า เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ขณะที่คุณหญิงจารุวรรณยังปฏิบัติหน้าที่ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินอยู่ ได้ทำหนังสือไปถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อให้นำเรื่องการดำรงตำแหน่งผู้ว่าการตรวจแผ่นดิน ที่เป็นประเด็นปัญหาทางข้อกฎหมาย บรรจุเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี เพื่อส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความต่อ และในวันที่ 8 ก.ค. คุณหญิงจารุวรรณ ได้ให้เจ้าหน้าที่ร่างหนังสือให้ตนเซ็น เพื่อไปถามย้ำอีกครั้ง เนื่องจากเกรงว่าจะตอบช้า ตนจึงทำหนังสือไปอีกฉบับหนึ่งที่มีเนื้อหาเหมือนกันส่งไป

ต่อมาคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ส่งหนังสือที่มีความเห็นว่า คุณหญิงจารุวรรณต้องพ้นจากตำแหน่งของผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน จากนั้นคุณหญิงจารุวรรณจึงได้ไปยื่นหนังสือให้นายกฯ ที่ตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อขอถอนหนังสือที่คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา และนายกฯ ก็ส่งหนังสือไปที่กฤษฎีกา แต่กฤษฎีกาบอกว่าช้าไปแล้ว เพราะได้ตอบข้อหารือไปก่อนหน้านี้ และวันที่ 6 ส.ค. คณะกรรมการกฤษฎีกาได้ทำหนังสือถึงคุณหญิงจารุวรรณ เรื่องขอถอนข้อหารือ โดยให้เหตุผลว่า คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 1) ได้ให้ความเห็นว่า คุณหญิงจารุวรรณ ได้พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินไปแล้ว คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 1) จึงไม่อาจรับหนังสือขอถอนเรื่องของท่าน ซึ่งลงนามในฐานะผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน มาพิจารณาได้

เมื่อไทยรัฐออนไลน์ถามว่า มีความขัดแย้งกับคุณหญิงจารุวรรณหรือไม่ นายพิศิษฐ์ ยืนยันว่าไม่ได้ขัดแย้งกัน ส่วนตัวยังเคารพท่านอยู่ แต่ตนในฐานะที่ถูกแต่งตั้งขึ้นมา จึงถูกมองว่าเป็นคู่ขัดแย้ง และเหตุผลที่จะต้องยืนหยัดในกฎหมาย เพราะตนอยู่ในฐานะรักษาการแทนผู้ว่า สตง. จะต้องทำหน้าที่ที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันไม่ให้คนที่ไม่มีอำนาจทำหน้าที่ต่อไป หากไม่ทำตาม คนที่รักษาการจะมีความผิดไปด้วย และตนจะไม่สนับสนุนในสิ่งที่ผิด

"ผมยังมีเวลารับราชการไปจนถึงปี 2555 เมื่อได้รักษาการแล้ว ก็อยู่ไปเรื่อยๆ จนถึงเวลานั้น ก็คงได้รับตำแหน่งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินเอง แต่หากมองข้อกฎหมาย เห็นว่าเรื่องนี้ขัดกับข้อกฎหมาย แล้วเราไม่รักษาข้อกฎหมาย มันจะไปมีประโยชน์อะไรที่จะไปดำรงตำแหน่งผู้ว่า จึงเห็นควรว่าจะต้องทำตามกฎหมาย เนื่องจากกฤษฎีกายืนยันแล้วว่า คุณหญิงจารุวรรณไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้จริงๆ"

ส่วนกรณีที่จะส่งเรื่องนี้ไปให้ศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายพิศิษฐ์ ตอบว่า เรื่องนั้นจะต้องดูเหตุผลอีกครั้งว่า สถานการณ์จะเป็นอย่างไร เมื่อกฤษฎีกาได้มีความเห็นมา แล้วเราไม่ยอมรับ จึงเป็นเรื่องลำบาก จะทำให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินไม่เป็นที่น่าเชื่อถือ เพราะไม่ยึดปฏิบัติตามหลักกฎหมาย โดยเฉพาะเมื่อเป็นหน่วยงานตรวจสอบ จะยิ่งทำให้เราไม่สามารถไปตรวจสอบหน่วยงานราชการได้

"ถ้าเราจำเป็นจะต้องรักษาหลักการ บางครั้งจะเจ็บปวดบ้างก็ต้องทำ ผมเชื่อว่า สุดท้ายแล้วสังคมจะเข้าใจในข้อเท็จจริงเอง" รองผู้ว่าการตรวจแผ่นดิน กล่าวทิ้งท้าย.

ไทยรัฐออนไลน์

สตง. คุณหญิงเป็ด คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน พิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ปัญหาตำแหน่งผู้ว่า สตง.

นี้แหละหนา เมืองไทยถึงยังไม่ไปไหน ยุคนี้จะล้าหลังไปอีกนาน หากกลุ่มคนพวกนี้ยังมาอำนาจอยู่ กู้อย่างเดียวง่ายดีจ๊ะ วิธีที่หาเงินมาทุจริตง่ายที่สุด

อ้อและได้ข้อมูลเพิ่มเติมมาอีกจ๊ะ จากการอภิปรายงบประมาณ คนจนชาวนาชาวไร่ กู้เงินธนาคาร เสียดอกเบี้ย สูงกว่าคนรวยกู้เงินธนาคารถึง 3 เท่า แล้วอย่างนี้คนจนเมื่อไหร่จะโงหัวขึ้นมาได้ละจ๊ะ มาขูดเลือดขูดเนื้อกับคนจน


พระแท้ ต้องมีมาตรฐานเหมือนกันทุกที่นะจ๊ะ

แก้ไขกระทู้ แสดงความคิดเห็นกลับข้างบนลงด้านล่าง

# ความคิดเห็นที่ : 3

kuniza

 สมาชิก GOLD-CLUB

คะแนน: MAX P.

ตั้ง : 218 995 : ตอบ

พิพากษาแล้ว ขับรถไล่บี้ตำรวจบาดเจ็บ 5 คน ไม่ติดคุก
ศาลสั่งจำคุก3ปี6เดือนพธม. ขับรถชนตำรวจ

ศาลอาญา พิพากษาจำคุก 3 ปี 6 เดือน ผู้ร่วมชุมนุมพันธมิตรฯ ขับรถชนและทับตำรวจ สน.เตาปูน

ศาล อาญารัชดา อ่านคำพิพากษาในคดีที่ อัยการ ฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายปรีชา ตรีจรูญ ผู้ร่วมชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เป็นจำเลยในความผิดฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน ซึ่งกระทำตามหน้าที่โดยไตร่ตรองไว้ก่อน กรณีเมื่อวันที่ 7ต.ค.2551 จำเลยร่วมชุมนุมกับกลุ่มพันธมิตรขับไล่รัฐบาล นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกฯ ในสมัยนั้น โดยการขับรถชนและถอยรถทับ ร.ต.ท.เกรียงไกร ทั่งสามี สารวัตรป้องกันและปราบปราม สน.เตาปูน ขณะปฏิบัติหน้าที่อยู่จนขาหัก โดยศาลวิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยกระทำผิดฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่จริง เพราะมีพยานหลักฐานชัดเจน ดังนั้น การกระทำของจำเลยจึงมีความผิดตามฟ้อง พิพากษาจำคุกจำเลย เป็นเวลา 3 ปี 6เดือน แต่เมื่อพิจารณาแล้ว จำเลยไม่เคยรับโทษมาก่อนสมควรให้จำเลยได้กลับตัวเป็นคนดี โทษจำคุก จึงให้รอลง
อาญา เป็นเวลา 2 ปี ให้จำเลยรายตัวต่อเจ้าพนักงานคุมประพฤติเป็นเวลา 3 เดือนต่อครั้ง เป็นเวลา 1 ปี และให้บำเพ็ญสาธารณกุศล เป็นเวลา 48 ช.ม. ส่วนข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ ยกฟ้อง


จากหนังสือพิมพ์มติชน


ต่างกัน ยังกับฟ้ากับเหว สาน......

แก้ไขกระทู้ แสดงความคิดเห็นกลับข้างบนลงด้านล่าง

# ความคิดเห็นที่ : 4

ประดู่77

 สมาชิก GOLD-CLUB

คะแนน: MAX P.

ตั้ง : 145 993 : ตอบ

ก็มันมีแบบนี้มานานแล้ว สังคมชนชั้นปกครอง พวกใครพวกมัน ศักดินาแอบแฝง

แก้ไขกระทู้ แสดงความคิดเห็นกลับข้างบนลงด้านล่าง

# ความคิดเห็นที่ : 5

newadawin

คะแนน: MAX P.

ตั้ง : 370 17786 : ตอบ

อันดับแรก ผมว่า อยู่ที่ผู้บังคับใช้กฏหมายอ่ะนะ

ผมว่ากฏหมายอ่ะ ไม่ผิด หรือไม่ก้อแทบจะไม่ผิด

มันอยู่ที่ตัวคนมากกว่าอ่ะนะครับ เพื่อนผมก้อโดนเรื่องละเมิดลิขสิทธิ์ สุดท้าย คนบังคับใช้กฏหมายในชั้นแรกนั่นแหล่ะ มาไถตังค์ เหอะๆ

แก้ไขกระทู้ แสดงความคิดเห็นกลับข้างบนลงด้านล่าง

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โพสไอคอน :

*ขนาดของภาพไม่เกิน 150 K (ใช้ได้เฉพาะภาพที่มีนามสกุล JPG,GIF)

*ขนาดของภาพไม่เกิน 150 K (ใช้ได้เฉพาะภาพที่มีนามสกุล JPG,GIF)