พระเครื่อง krusiam.com : Tel 0-2880-7770, 081-6480676, Fax 0-2433-0996

ติดต่อเรา | Site map

พระเครื่อง กรุสยามดอทคอม

ของเก่า ของสะสม | พระกรุ | พระเกจิ | หลวงพ่อทวด | พระโบราณ | พระใหม่ | เครื่องรางของขลัง | พระเนื้อไม้ | พระเนื้อดิน | พระเนื้อผง | พระบูชา
ภาคเหนือ | ภาคกลาง | ภาคอีสาน | ภาคใต้| บางลำภู | ท่าพระจันทร์ | มณเฑียร | แกลลอเรีย | พาต้าปิ่นเกล้า | พญาไม้ | สนามพระย่อย | ศูนย์พระทั่วไป | ผู้ค้าอิสระ

ประมูลพระเครื่อง : พระบูชา, พระกริ่ง-รูปหล่อ, เหรียญปั๊ม-เหรียญหล่อ, เนื้อดิน, เนื้อชิน, เนื้อผง-ว่าน, พระปิดตา, พระสมเด็จ, จตุคามรามเทพ, เครื่องรางของขลัง

กระดานสนทนา : เซียนถาม

Share

เซียนพระ คืออะไร? อย่างไร จึงเรียกเป็น เซียนพระ ?

นอกกระดาน

 สมาชิก GOLD-CLUB

คะแนน: MAX P.

ตั้ง : 108 751 : ตอบ

โหวตกระทู้

Vote :

ข้อความตามการตอบโต้ในกระทู้ข่าวในวงการ มีคนตอบได้ถูกใจอยู่กระทู้หนึ่ง
เลยลอกมาให้ชมเพื่อตีความกันนะครับ เขาบรรยาย ไว้ว่า
"ผมเป็นคนหนึ่งที่เริ่มมาให้ความสนใจกับพระเครื่องเพราะตอนนี้มีกำลังทรัพย์พอสมควรแล้ว แต่พอเข้ามาศึกษาจากหลายๆ แหล่งแล้วพบว่าวงการนี้สุดๆ จริงครับ หาคนจริงใจยากมาก เซียนพระในคำนิยามของผมก็คือ คนที่มีอาชีพหลอกเช่าพระจากคนอื่นในราคาถูกๆ แล้วก็เอามาขายต่อราคาแพงๆ พระเก๊มาจากเซียนพระที่หาพระไปขายไม่ได้ก็เก๊มาขายซะงั้น เอาแต่เงินไม่มีมาตรฐานใดๆ ทั้งสิ้น พระแท้บอกเก๊ พระเก๊บอกแท้ คนโง่เป็นเหยื่อของคนโง่กว่า เพราะเขาไม่คิดว่าทำแบบนี้นอกจากจะมีอายุสั้นแล้ว ยังตกนรกอีกด้วย ท้อใจมากครับ ไม่เชื่อลองให้เซียนพระถือศีลห้ามพูดปดดูสิครับ มั่นใจว่าไม่เกิน 1 ชม.เขาก็ผิดศีลแล้วครับ เพราะโกหกตลอด ผมว่าพวกที่เรียกตัวเองว่าเซียนน่ะ ถามใจตัวเองดูว่าทำอย่างนั้นหรือเปล่า แล้วคนที่เป็นเซียนพระที่ดูเหมือนมีคุณธรรมตอนนี้ที่ร่ำรวยจากพระ ก็ทำแบบนี้มาทั้งสิ้น คือ หลอกเช่าพระถูกๆ ขายแพงๆ ทั้งสิ้นครับ"
ใครยังไม่ได้อ่าน อ่านแล้ววิจารณ์ดูบ้างซิครับ ผมว่าเขาพูดดีนะเสียดายไม่ได้
ทิ้งชื้อไว้ เห็นเป็นพวกผี แต่มีความคิดดี มันดี ครับ

แก้ไขกระทู้ แสดงความคิดเห็นกลับข้างบนลงด้านล่าง

Page : 1 of 3
 1  2  3  Next >>

# ความคิดเห็นที่ : 1

เวลาเราหัดเล่นกีฬา อย่างเช่นฟุตบอล เราก็ไม่ได้เก่งมาตั้งแต่เกิด บางคนเล่นให้ตายก็ไม่เก่ง บางคนเก่งเทนนิส ก็เล่นเทนนิสไป แต่ก่อนที่จะเก่งเขาต้องผ่านอะไรมามากมาย คุณเล่นพระ คุณบอกว่าพวกเซียนหลอกลวง ทั้งๆที่คุณดูพระยังไม่เป็นแต่เอาเงินมาเช่าหาพระ มันก็โดน จริงครับในวงการพระเครื่องหาคนที่ไม่เอาเปรียบได้ยาก แต่มันก็ไม่ต่างๆไปจากการทำธุรกิจ ต้องการกำไรเป็นที่ตั้ง วงการพระก็เหมือนกัน คุณเอาพระมายื่น คุณมาจากไหนก็ไม่รู้ คุณก็ต้องตกเป็นเหยื่อของคำว่าธุรกิจ เขาก็อยากจะซื้อถูกขายแพงด้วยกันทั้งนั้น ย้อนกลับไปดูซิครับ ว่าตัวคุณเองถนัดหรือเปล่า พระเครื่องเนี่ย เล่นหาสะสมบนพื้นฐานของอะไร เดินส่องพระไปเรื่อยๆเป็นร้อยๆพันๆองค์ คุณก็ไม่เป็น ถ้าไม่รู้จักจำรู้จักหาจุด และศึกษาก่อนที่จะเช่าหา หนังสือเล่มละพันสองพัน ยังบ่นว่าแพง แต่อยากได้พระราคาแพงๆหลักๆ เซียนพระบางคนมีชื่อเสียงแต่ดูพระไม่เป็นก็มี เขาขายเก่ง เขาเกิดมาเพื่อขาย เซียนพระบางคนดูพระแม่นเก่ง มากๆแต่รูปลักษณะภายนอก ไม่ภูมิฐาน แต่งตัวไม่สะอาด ก็ไม่มีทางที่จะดังและมีชื่อเสียงได้ แต่บางคนแต่งตัวดี หน้าตาดี ดูพระไม่เป็นซื้อพระจากคนดูเป็นในราคาตลาดแต่สามารถขายบวกไปอีกสามเท่าได้ บางคนดูพระเก่งมากซื้อขายตามงานประกวด ตามตลาดนัด นั่งรถเมล์บ้าง ขับรถเก่าๆบ้าง ซื้อพระแล้วเอาไปขายให้กับนักเล่นด้วยกัน ได้กำไรไม่กี่บาท วิถีชีวิตเขาก็เป็นแบบนี้ ไอ้ที่จะขึ้นไปอยู่ข้างบน มีชื่อเสียง แทบเป็นไปไม่ได้ ยกเว้นจะมีความทะเยอทะยานอยาก มากเป็นพิเศษ บางคนเป็นผีสนามร่วมสิบๆปี ผันตัวเองมาเป็นเซียน ผ่านความเจ็บปวดมามากมาย พวกคุณโดนครั้งสองครั้งแล้วยังร้อง โวยวาย แล้วจะไปเป็นนักสะสมที่เก่งได้ยังไง เวลาโดนมันก็ต้องโดน เพราะเราไม่เก่ง ย้อนกลับดูตัวเองด้วย แล้วหาวิธีทำยังไงให้เก่ง ประเมิณตัวเองก่อน ว่าเราเกิดมาเพื่อเป็นอะไร อยากเป็นคนดูพระเก่ง เรามีพรสวรรค์หรือเปล่า ถ้าดูพระสิบยี่สิบองค์แล้วจำตำหนิไม่ได้แยกแยะพิมพ์ทรงไม่ได้ นั่นก็น่าจะบอกอะไรเป็นในๆแล้วว่า เราไม่เป็นจริงๆ หรืออย่าคิดโลภ เล่นพระเป็นอย่างๆไป เนื้อดินหรือชิน หรือผง รูปหล่อ ดูตัวเองซิว่ามีโอกาสที่จะเล่นพระอะไรเป็นมีเพื่อนไม๊ ใว้ใจใครได้บ้าง ไม่ใช่มีเงินแล้วเดินเข้าไปเช่าโดยไม่มีข้อมูลอะไรเลย อย่าไปคิดว่าเซียนพระเขาจะเมตตาคุณ คุณต้องมีดาบ มีโล่ห์ไว้สู้กับเขา ผมเจ้บปวดมามากกับการโดนหลอกซื้อ แต่ไม่เคยคิดโกรธคิดโทษ เราคิดซะว่าเราสู้เขาไม่ได้ แล้วหาทางแก้ไข เดินเข้าสนามบ่อยๆหาหนังสืออ่าน ลงทุนบ้าง พระสมเด็จอย่าไปยุ่ง หรือพวกพระแพงๆอย่าเพิ่งไปอยากได้ เอาพระพื้นๆก่อน อย่าหาว่าผมมาสอนเลยนะครับ แต่ที่เห็นดูเหมือนว่าคุณจะไม่ โทษตัวเองบ้างเลย เหมือนคุณทำเงินหล่น คนเก็บไป คุณโทษว่าคนเก็บไปไม่ดี หรือคุณทะลึ่งทำหล่นเอง ลองพิจรณาดูนะครับ รบกวนอีกเรื่อง กรุณาอย่าเพิ่งไปเล่นพระนอกตำรานะครับ ไม่ยังงั้นจะเข้าข่าย "มัวเมาเล่นจนหลง" หาทางกลับไม่เจอ

แก้ไขกระทู้ แสดงความคิดเห็นกลับข้างบนลงด้านล่าง

# ความคิดเห็นที่ : 2

ไร้ลักษณ์

 สมาชิก GOLD-CLUB

คะแนน: MAX P.

ตั้ง : 101 447 : ตอบ

อืมมันก็จริงนะทั้งสองความคิดนั้นแหละ

แก้ไขกระทู้ แสดงความคิดเห็นกลับข้างบนลงด้านล่าง

# ความคิดเห็นที่ : 4

นอกกระดาน

 สมาชิก GOLD-CLUB

คะแนน: MAX P.

ตั้ง : 108 751 : ตอบ

เขียนได้ดี ทั้งคู่ (1 & 2) ครับ โดยเฉพาะกระทู้ สอง ถือว่าเขียนจากใจ ห่วงใย เด็กใหม่ครับ
ปัญหามีอยู่ว่า ที่พวกเรามาชุมนุม กันในเวปนี่ ต่างเป็นผู้ทรงปัญญาทั้งนั้น มีทางใดไหมครับ
ที่คนแท้ จะได้ เข้าเล่นพระเครื่อง แบบสังคมของคนไม่ใช้เซียน กับเข้าบ้าง
จริงครับ ทุกอย่างในสังคมทั้งอยู่กับผลประโยชน์เป็นหลัก โจรยังมีสัจจะ แล้วกลุ่มคนเล่น
พระอย่างพวกเราจะมีจรรยา สัจจะ หรือ คุณธรรม ที่ทำผลประโยชน์ แบบแบ่งปันกันได้บ้าง
ไหม กลุ่มคนทำพระเก๊ ก็คือพวกที่ชอบทำกำไรเกินควร ครับ หาพระแท้ มาเล่นไม่ว่าซื้อหรือ
ขาย หาไม่เป็นก็เริ่มจากซื้อแท้ให้เป็นก่อน แล้วทำหลักทำฐานให้เกิดความมั่นคงประกัน
อย่างมีหลักการ ผมว่าวงการเราจะใหญ่และเป็นที่ยอมรับกันมากกว่านี้ อีกเป็น สิบเท่าตัว
ขนาดปัจจุบัน ต้องยอมรับนะครับว่า การเข้ามาเล่นในวงการเราไม่ได้ง่ายเลย ยังมีกลุ่ม
นักเล่นจำนวนมากขนาดนี้ หากมีมาตรฐาน หรือหลักการเข้าหลักสากล ไม่อยากชมครับ
ว่าประเทศไทย เราวงการพระเครื่องจะไปได้ไกลทั่วโลกอย่างแน่นอน พวกเราคงได้รับ
คุณงามความดีกันถ้วนหน้า แบบประสาชาวไทยผู้ใส่ใจ พระเครื่อง ครับ

แก้ไขกระทู้ แสดงความคิดเห็นกลับข้างบนลงด้านล่าง

# ความคิดเห็นที่ : 5

ก่อนที่เราจะเข้ามาเล่นพระ เราต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่า เราเข้ามาเล่นพระเพื่ออะไร เพื่อเก็บสะสมหรือเพื่อซื้อขาย หรือทั้งสองอย่าง ถ้าสะสม เราจะสะสมพระอะไร เกจิ พระกรุ เครื่องราง หรือซื้อขายก็เช่นกัน ควรจะแยกก่อน หากชอบสะสมพระเกจิ ก็ต้องเลือกให้มากๆ เพราะพระที่อุปโลกน์ โดยกลุ่มคนทำพระมีมากเหลือเกิน พระแก่ๆตามวัดก็เอามาหลอก พระหนุ่มๆตุ๊ดๆก็เอามาหลอกคนเช่าอีก มากมายนับไม่ไหว อีกทั้งที่เป็นฆารวาส เป็นพราห์ม เป็นคนทรงหรือเป็นอะไรต่างๆ ออกของแปลกๆประหลาด คนก็ชอบกันเหลือเกิน พระดังๆแต่ชาวบ้านแถววัดไม่ให้ความเครพนับถือเพราะเห็นในพฤติกรรมก็มาก แต่ถ้าหากชอบพระเก่า คุณก็ต้องฝ่าวงล้อมของพระเก๊ไปให้ได้ ซึ่งเรียกว่าเป็นค่ายกลซับซ้อน ยากที่จะเอาตัวรอดได้ แต่ใช่ว่าไม่มีทาง ก่อนอื่นอย่างมองว่าเซียนพระเป็นคนเลวไปซะหมด หากคุณมองว่าพวกนี้เป็นครู เราเข้าไปศึกษา ไปขอความรู้ แน่ล่ะก็ต้องเสียงเงินเช่าของเขา คุณก็ต้องมีเงินด้วย พูดตามตรงนะหากคุณไม่มีเงิน หรือมีเงินน้อย โอกาศที่คุณจะได้พระดีๆ แทบเป็นไปไม่ได้ เพราะต้องลงทุนกันมาทั้งคนซื้อ คนขาย ก่อนที่เขาจะขายคุณเขาก็ต้องซื้อมาก่อน ซื้อถูกขายแพง มันก็เป็นวิถีทาง เราบอกว่าเขาเอาเปรียบ ลองคิดดูนะครับ เขาเช่าพระมาสิบองค์ ไม่ใช่ว่าเขาจะขายได้ทั้งสิบองค์ มีบางองค์หรือหลายองค์ เช่ามาตั้งแต่เปิดร้าน จนสิบปียังขายไม่ได้ภาษาพระเรียกว่า"อยู่กับก๋ง" เขาก็ต้องคิดยังว่าทำยังไงให้ขายองค์อื่นๆเพื่อพระที่เหลือจะได้ไม่มีทุน ซึ้งมันก็แพง อยากบอกว่าคุณต้องพยายามมีเพื่อนในวงการ ไม่จำเป็นว่าต้องมีเพื่อนเป็นเซียนพระมีชื่อเสียง เอาเพื่อนหรือคนรู้จักที่เดินซื้อขาย ตามตลาดนัดพระก็พอ ส่วนเรื่องที่คุณจะหาเพื่อนยังไง มันก็แล้วแต่วิธีการของแต่ละคน อันนี้ก็เหมือนกับวัดดวงอีก แต่เราก็มีโอกาศดีกว่าที่จะไปหาเพื่อนตามศูนย์ใหญ่ ๆ ยิ่งคุณได้เพื่อนระดับนี้ยิ่งปลอดภัย เพราะเวลามีพระอะไรเก๊ๆพวกนี้จะรู้ก่อน เขาจะบอกกันเป็นทอดๆ แต่ศูนย์หรือร้าน โดนกันไปแล้ว คุณได้เพื่อนนักเล่น คนนึงคุณก็จะได้เพิ่มอีก คนดีก็มีครับ เดี๋ยวก็เจอเอง เราตัดสินใจด้วยความรู้สึกของเราเอง ว่าไอ้คนนี้เอาเปรียบเราไม๊ ไอ้คนนั้นดี ไอ้คนนี้เลว เราต้องมีวุฒิภาวะตัดสินได้ แล้วก็เปิดใจกับพวกนักเล่น ไม่ต้องไปกลัวไปหวาดระแวง เขาคุยอะไรกันไปแกล้งๆยืนฟัง เขาดูอะไรกันก็ไปด้อมๆมองๆ(อย่าไปขอส่องหรือหยิบจากมือ ยกเว้นพระนั้นได้วางลงบนตู้แล้ว แล้วอีกอย่างเวลาขอดูพระใคร ให้ถามราคาก่อนเสมอ หากเขาตีแพงเราต้องระมัดระวังให้มาก เพราะเมื่อมีการตกหล่น มันจะเคลียร์กันไม่ได้ไม่ว่าพระนั้นจะเก๊หรือแท้ต้องถามราคาก่อน หากเป็นพระถูกๆแต่หล่นหัก เจ้าของเขาเรียกคุณเป็นหมื่นเป็นแสน คุณไม่มีโอกาศเถียงเลย ระวังข้อนี้ให้จงดีทีเดียว) แล้วอย่าลืมดูหน้าเสื่อพระเขาด้วย ว่ามีของเก๊ปะปนมาหรือเปล่า หรือขายของเก๊ทั้งแผง ให้เราชิ่งทันที ไปหาคนอื่นๆต่อๆไป ผมยอมรับนะครับว่ามันยากแต่ไม่ใช่ว่ายากจนเหลือวิสัย ลองดูเข้าสนามพระบ่อยๆ หรือแม้กระทั่งสนามใกล้บ้าน ไปทุกวัน เจอหน้าบ่อยๆยิ้มทักทายกัน ถามสรทุกข์สุขดิบ ซื้อขนมไปฝาก ผมว่าคุณได้เพื่อนไม่ยากครับ

แก้ไขกระทู้ แสดงความคิดเห็นกลับข้างบนลงด้านล่าง

# ความคิดเห็นที่ : 6

ต่ออีกหน่อยนะครับ ผมลืมพูดเรื่องเก็บพระทำไม เก็บเอาไว้มากๆก็ไม่เกิดประโยชน์หากพระนั้นๆเป็นพระใหม่ไม่มีอนาคต เอาแค่พอแขวนดีกว่า ถ้าชอบพระเกจิต้องดูตลาดด้วยว่าชื่อเสียงคงทนยั่งยืนไม๊ มีกลุ่มลูกศิษย์รองรับไม๊ เพราะเวลาเดือดร้อนขายใครไม่ได้ เหมาๆขายไปไม่กี่ร้อยเวลาซื้อร่วมหมื่น มันน่าเจ็บใจนะครับ พีเก่าหากเราเช่าพระย่อยมากๆ เวลาขายก็ไม่มีคนเอาอีก สู้เช่าแบบหลักๆแพงๆไปเลยดีกว่า เวลาขาย ถ้าไม่กำไรก็ขาดทุนน้อยกว่าครับ เวลาเช่าแล้วอย่าลืมเอาพระไปแห่ด้วยนะครับ หรืออย่างน้อยให้ร้านเขาประกัน แต่เราต้องดูเป็นด้วยนะครับ ไม่ใช่บอกผมอยากได้บางขุนพรหม09 เอาเงินไปเช่ามา แต่ดูไม่เป็น โอกาศโดนสูงครับ เพราะพระเก๊ดี คนดูไม่ค่อยเป็นครับ หรือบ้านกร่าง หลวงพ่อปาน และพระเนื้อทองเหลืองเก๊ดีมากๆๆๆๆๆๆๆครับ แล้วก่อนอื่นก่อนเช่าต้องสำรวจราคาก่อนนะครับ พระเล่นกัน3-4000 เขาขายเรา1000นึงหรือ7-800ร้อย ให้สงสัยว่าจะเก๊ไว้ก่อน
จำไว้อีกอย่างพระแท้ๆหลักตามร้านย่อยๆไม่ค่อยมีหรอกครับ เขาเอาส่งร้านใหญ่หมดแล้ว แล้วอีกอย่างตามข้างถนนแผงแบกะดินอย่าไปดูนะครับ คนเขาจะดูถูกเอาได้ พระตามแบบนั้นไม่มีมาให้แท้หรอกครับ

แก้ไขกระทู้ แสดงความคิดเห็นกลับข้างบนลงด้านล่าง

# ความคิดเห็นที่ : 7

เป็นข้อมูลความรู้และข้อคิดที่ดีมากครับ

แก้ไขกระทู้ แสดงความคิดเห็นกลับข้างบนลงด้านล่าง

# ความคิดเห็นที่ : 9

สวัสดีทุกท่านครับ ผมเป็นคนเขียนแสดงความคิดเห็นเรื่องเซียนพระ ที่มีคนคัดลอกมาเองครับ มันเป็นความรู้สึกสำหรับช่วงที่ผ่านมาจริงๆ คือผมเองก็ศึกษาก่อนสะสมนะครับ ผมสะสมเพราะมีใจรักในพระพุทธศาสนา ไม่ได้สะสมไว้ขายต่อแต่อย่างใด ผมเองเป็นผู้บริหารบริษัทหลายแห่งครับ อยากใคร่ขออนุญาตแนะนำอย่างนี้ครับ วงการควรจะสร้างมาตรฐานขึ้นมาก่อนว่าอะไรเป็นอะไร ไม่ใช่มีหลายมาตรฐาน เอาง่ายๆ นะครับ พระองค์เดียวกันไปแห่ดูก็จะเห็นว่ามีทั้งแท้ไม่แท้ หรือตามงานประกวดพระที่มีเรื่องมีราวกัน ไปประกวดงานอื่นๆ ได้ที่ 1 มาตลอด มาเจองานหนึ่งกรรมการบอกว่าเก๋ ข้อมูลคุณสามารถไปหาอ่านใน website ของหมู นะครับมีกระทู้อยู่ครับ ดังนั้นวงการนี้โดยเฉพาะสมาคมจะต้องสร้างมาตรฐาน มีคณะกรรมการในการออกใบรับรอง ถ่ายรูป ใครต้องการใบรับรองก็มีค่าใช้จ่ายนิดหน่อย ในใบรับรองก็ต้องมีลายเซ็นของกรรมการ รูปถ่ายแน่นอนชัดเจน แล้วใบประกาศก็จะอยู่กับองค์พระไปตลอด เวลาซื้อขายพระที่ไม่มีใบรับรองก็ไม่เล่น ทำแบบนี้ก็จะยกมาตรฐานได้ระดับหนึ่ง แต่ผมจะบอกว่าแนวคิดนี้เกิดลำบาก เพราะเซียนพระ หรือเรียกอีกแบบหนึ่งว่า ตัวกลางเนี่ย จะค่อยๆ หายไปเพราะคนเขาก็ซื้อขายกันเองผ่านช่องทางต่างๆ ได้ ฉะนั้นพวกนนี้แหละจะไม่ยอมให้เกิด เพราะเท่ากับตัดช่องทางทำมาหากิน เพราะถ้าไม่หากินแบบนี้ก็ไม่รู้จะไปทำอะไร เพราะไม่มีอาชีพอื่นรองรับ ด้วยความเคารพทุกท่านครับ เป็นเพียงแนวทางหนึ่งในความคิดผมเท่านั้น ถ้าก้าวล้ำ หรือล่วงเกินใคร ต้องขออภัยด้วย เพราะแสดงความคิดเห็นโดยยึดความเป็นพุทธศาสนิกชนครับ

แก้ไขกระทู้ แสดงความคิดเห็นกลับข้างบนลงด้านล่าง

# ความคิดเห็นที่ : 10

ใช่ ครับ

แก้ไขกระทู้ แสดงความคิดเห็นกลับข้างบนลงด้านล่าง

# ความคิดเห็นที่ : 11

กระทู้น่าอ่าน ทั้งคนตั้งและตอบมีสาระ มีประโยชน์ ครับได้ความคิดดีหลายด้านสำหรับพวกหน้าใหม่ในวงการอย่างพวกกระผม จะเป็นจอมยุทธต้องขยันฝึกซ้อม และออกรบบ่อยๆ บางครั้งก้อบาทเจ็บกลับมา บางครั้งก้อมีชัยชนะกลับมา ทุดอย่างที่ผ่านมาล้วนเป็นประสบการณ์

แก้ไขกระทู้ แสดงความคิดเห็นกลับข้างบนลงด้านล่าง

# ความคิดเห็นที่ : 12

k_rung

คะแนน: 1,000 P.

ตั้ง : 100 41 : ตอบ

ขออนุญาต save เก็บไว้อ่านและเผยแพร่นะครับ _/l\_
หนุ่ม

แก้ไขกระทู้ แสดงความคิดเห็นกลับข้างบนลงด้านล่าง

# ความคิดเห็นที่ : 13

ผมเคยเจอคนหลายคนที่ชอบถามผมว่า"ชอบเล่นพระเหรอ" การที่ชอบพระเครื่องในความหมายของคนทั่วไปเค้าคงคิดว่าต้องเป็นการสะสม เขาไม่เข้าใจว่าคนที่เล่นพระมีหลากหลายรูปแบบ อธิบายให้เขาฟังก็ไม่ใคร่สะดวก บางคนบอกว่า"พ่อเขาดูพระเก่ง" "ลุงเขามีพระเยอะ" "ปู่เขาก็ชอบเล่นพระ"
"ผมก็ชอบสะสมพระ" อะไรทำนองนี้ แต่คนที่พูดอย่างนั้น เขาพูดไปตามที่เห็นแต่ภายนอก เขาไม่รู้เลยว่าคนที่เขาพูดถึงนั้นดูพระเป็นหรือเปล่า หรือสะสมพระเพื่ออะไร ผมอยากจะขออวดรู้แยกคนเล่นพระให้เห็นกันสักนิด (สำหรับคนที่ทราบอย่าเพิ่งรำคาญเพราะนี่สำหรับเด็กใหม่)
คนเล่นพระ มีหลายแบบ เล่นเพื่อนซื้อขาย ยังชีพ มีทุกทั่วระหนระแหง พวกนี้บางคนเก่งมากมีฐานะเลี้ยงครอบครัวได้ เซียนใหญ่ รับซื้อพระจากคนพวกนี้ นอกเหนือจากที่รอเชือดหน้าร้าน พวกนี้จะเดินทุกสนามและหลายคนเปิดแผงจรตามนัด และงานประกวด พวกนี้บางคนเก่ง พระและรู้จักได้หลากหลาย มีเพื่อนเยอะ พอมีของเก๊ออกมาก็บอกต่อๆกัน เขาจะไม่ค่อยโดน แต่ถ้าพระดูแล้วเก๊ดี ขายได้เขาก็จะซื้อเอาไว้ขายต่อ อันนี้ก็แล้วแต่นิสัยของคนว่าดีหรือเลวอย่างไร บางคนเขาไม่ทำเพราะกลัวบาปก็มี ที่นิสัยดีๆมีคนให้ความเคารพก็มาก หรือแม้แต่เด็กๆหนุ่มบางคนยังได้รับการยอมรับจากนักเล่นว่าเก่งก็มี แต่ที่ไม่เก่งคอยหาซื้อของแบบประกันก็มีแล้วเอาไปขายต่อ บางคนขายเก่งมากๆ
มาถึงนักเล่นแบบกึ่งๆอาชีพ คือตัวเองเล่นพระแบบสะสมไม่ว่าจะเป้นเกจิที่นับถือส่วนตัว หรือพระเก่า พอขายได้เกิดกำไรก็ติดใจขายบ้างเก็บบ้าง ว่างก็ไปเดินหรือมีใบสั่งค่อยหาของ อาจจะมีอาชีพอื่นอยู่แล้ว ต่างกันตรงที่รายได้หลักของนักเล่นแบบนี้จะไม่ได้มาจากการขายพระ ต่างจากพวกแรกที่มีอาชีพขายพระโดยตรง เหมือนกับเซียนที่อยู่บนห้างหรือตามสนามใหญ่ๆมีอาชีพขายพระแน่นอนเกือบจะทั้งนั้น จะมีอาชีพอะไรที่ทำราบได้ คิดเป็นกำไรแล้วมากกว่าพระนั้นหายาก คิดดูเช่าพระมาองค์ละ2000บาท ขายไป5000 เทียบกับแม่ค้าที่ขายของหรือข้าวแกง ลงทุน2000 ขายได้3000 ต่อวันก็หรูแล้วแต่พระเนี่ยขายกันแป๊บเดียวได้ตังแล้ว แต่ไอ้ที่โดนก็บ่อยไป
มาถึงอีกพวกคือเล่นพระชอบอยากมีของดีๆอยากได้พระสมเด็จตามเขา พวกนี้ถ้าไม่ใช่คนมีเงินแปะใบสั่งกับเซียน ก็จะมาเดินหาเอง ส่องทั้งวันตามแต่เวลาจะอำนวยซื้อไว้เป็นร้อยๆองค์ หาแท้ไม่ได้สักองค์ เล่นเองเออเอง หรือบางทีมีกลุ่มของเขาเล่นกันมาหลายสิบปี ซื้อหากันเอง อยู่ในวังวนพระเก๊ แต่เขาก็มีความสุขดี ไม่เดือดร้อนใคร ส่วนใหญ่คนพวกนี้บางคนมีพระเก่าเก้บจากบ้านหรือมรดกตกทอด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพระเก๊เก่า พระมือผีก็หลงว่าพระทั้งหมดนั้นแท้ เพราะถือว่าเป็นพระปู่ย่าตายาย
เขาไม่รู้ว่าพระนั่นเก๊มานานแล้วก็มี
อีกพวกอันนี้น่ากระทืบมากที่สุด คือนอกจากจะดื้อแล้วยังเถียงด้วย คือพยายามจะโชวของที่ตัวเองใส่แล้วก็คุยว่าพระนี้มีคนให้สองแสนผมยังไม่ปล่อย ทั้งๆที่มันเป้นพระเก๊เน่าๆหรือไม่ก็พวกสมเด็จองค์ใหญ่ๆ สมเด็จสีต่างๆ หลังก้างปลา ฝังพลอย ตราโล่ห์(ของเก๊ของแท้รู้สึกว่าจะมีบางหลวงพ่อทำ) เราบอกเขาว่าอันี้เก๊เก่า เขากลับด่าเราอีก หาว่าเราโง่ไม่รู้เรื่อง ผมอยากถามว่าถ้าพระเหล่านี้แท้ พวกเซียนมันไม่รอให้เหลือในสนามหรอกมันเอามาเล่นกันจนแพงไปแล้ว เงินนะครับ เงิน ใครไม่อยากได้ ในเมื่อสมเด้จของแท้ๆหากันตาปลิ้น ราคาหลายล้าน สู้หาสมเด็จพวกนี้ขายดีกว่ามีเยอะได้เป้นล้านอีก แต่ที่เขาไม่ทำเพราะวงการพระจริงๆเขารู้ว่ามันไม่ใช่นะซี
ปวดตาแล้วเดี๋ยวว่างๆค่อยมาใหม่

แก้ไขกระทู้ แสดงความคิดเห็นกลับข้างบนลงด้านล่าง

# ความคิดเห็นที่ : 15

คำว่าเซียนคือเก่ง ชำนาญ และจัดเจนในเรื่องนั้นทั้งในเรื่องดีและก็ไม่ดี เซี่ยนพระน่าจะมีความหมายที่ดีเพราะเกี่ยวพระ หมายถึงมีความรอบรู้ เข้าใจ เกี่ยวกับการสร้างพระ พิมพ์พระ หรือ บอกได้ว่าแท้ เก็ อย่างไรพระที่ศึกษาอยู่หรือมีผู้ถามเป็นพระอะไร เซี่ยนพระจริงๆจึงมีไม่กี่คนหรอกครับ นับคนได้เลยที่เหลือเรียกว่าพวกเล่นแค่ชอบเพราะอะไร เราชอบพระเขาจึงอยากได้ต้องเอาเงินซื้อหา โดยซื้อหาจากพวกพ่อค้าที่ไม่ใช่เซี่ยนนั้นเอง มีการรับประกันอย่าโน้นอย่างนี้ อย่าเชื่อครับ! เวลามีปัญหาจริงๆแก้ไขลำบากฟ้องร้องกันคุณก็แพ้เพราะวัตถุเหล่านั้นไม่สามารถชี้ขาดได้ครับ เรียกว่าซื้อเพราะพิจารณาตามความพอใจ ถ้าคุณอยากเป็นเซี่ยนคุณต้องมีอาจารย์ใหญ่ คือ พระแท้ๆมาศึกษาครับ พร้อมตำราเรียนสมัยเก่าๆจะขอดูเขาหรือจะลงทุนเช่าให้เจ็บตัวก็เลือกเอา อีกสิ่งที่ขาดไม่ไดคือ ครุประจำชั้น นั้นหมายถึงเซี่ยนพระแท้ๆนั้นเองเขาตอบคุณได้ทุกเรื่อง เสียค่าไหว้ครูและบอกกับเขาตรงๆว่าผมขอเป็นลูกศิษย์นะครับให้เขาตกลงก่อนจึงเรียกเขาว่าอาจารย์เต็มปากและมีน้ำใจกับเขาก็พอ ส่วนประกอบก็คือเพื่อนๆในห้องหมายถึงก๊วนหรือกลุ่มที่เราน่าจะคบหาสมาคมด้วยเลือกเอาที่ดีใจจริงและชอบสะสมพระจริงๆเข้ามาสัก2-3คนเท่านี้ก็พบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลเนื้อหาแนวความคิด จำไว้แล้วไปถามอาจารย์ใหญ่หรือครูประจำชั้นเพื่อทบทวนสิ่งที่พบหรือเรียนมาเท่านั้นก็ใช้ได้แต่อนุบาลถึงปริญญาเอกนั้นก็ประมาณตนเองก็แล้วกันทดสอบโดยเลือกพระสักอย่างเช่นอาทิตย์นี้เลือกเหรียญหลวงพ่อเดิมพิมพ์นิยมคุณก็เดินดูตลาดลองตาตนเองว่าเจ๋งไหมถ้าคุณจับพระมาแท้ในราคาที่ถูกไม่ต้องรับประกันแสดงว่าคุณสำเร็จแล้วแต่ถ้าเก็ก็ต้องซ่อมโดยหาจุดบอดของเราให้เจอถามอาจารย์หรือครูก็จะรู้เองลองจนเจนจัดนะครับถึงบอกกว่าจะเป็นเซี่ยนต้องผ่าด่านอรหันต์นับร้อยด่านแน่ๆครับ

แก้ไขกระทู้ แสดงความคิดเห็นกลับข้างบนลงด้านล่าง

# ความคิดเห็นที่ : 16

จริงครับ ต้องมีครูครับ อย่างที่พี่เขาบอกครับ ไม่มีครูก็ต้องมีเพื่อน(นักเล่น)ครับ แล้วหนังสือรูปพระเล่มหนาๆดีๆหรือหนังสืองานประกวด ก็มีประโยชน์มากครับ

แก้ไขกระทู้ แสดงความคิดเห็นกลับข้างบนลงด้านล่าง

# ความคิดเห็นที่ : 17

ผมคิดว่ามีความเข้าใจคลาดเคลื่อนในการทำความเข้าใจกระทู้ของผมครับ ผมต้องการชี้ประเด็นให้เห็นว่าเราจะทำอย่างไรให้การดูพระมีมาตรฐาน ไม่ใช่ต้องมีการลองผิดลองถูก บางท่านบอกว่าโดนมาเยอะแต่ก็ต้องทำใจ และเข้าใจเพื่อจะได้เป็นครู บางก็บอกว่าต้องไปหาเซียนเรียกอาจารย์ เพื่อขอความรู้และคำแนะนำต่างๆ ผมยอมรับว่าการซื้อถูกขายแพง มันเป็นธุรกิจที่มีอยู่ทั่วไป อันนั้นผมเข้าใจ แต่ผมต้องการจะทำให้มันมีมาตรฐาน เข้าใจไหมครับว่า การเช่าพระแท้ในราคาแพงกว่าปกติ กับการไปเช่าพระไม่แท้ในราคาปกติของพระแท้ มันแตกต่างกันนะครับ ที่ผมเขียนกระทู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นไม่ใช่เพราะไปเสียตังส์มา แล้วก็ทำเป็นเด็กๆ มาฟ้องคนนั้นคนนี้ เรื่องการซื้อขายน่ะเรื่องนึง เรื่องพระแท้พระเก๋ เรื่องหนึ่ง ผมอยากถามถึงความมีมาตรฐานต่างหาก ที่ผมบอกว่าพระควรจะมีใบรับรอง เพื่อให้แน่นอนว่าพระนั้นแท้ ส่วนราคาก็ไปตรงกันเอง ถูกแพงตามชอบใจ อันนั้นคนที่เข้ามาใหม่ อย่างน้อยก็อุ่นใจ ไม่ใช่ออกมาบอกว่าต้องหาเซียน ต้องโดนบ้างทุกคน ผมว่าเราทำให้ไม่มีพระเก๋ได้ไหม นั้นมากกว่า แล้วผมสะสมพระก็ไม่ได้อวดใคร บางครั้งเกิดจาการช่วยเพื่อนด้วยซ้ำไป บางคนมีพระเป็นสมบัติประจำตระกูล แต่ในบางช่วงของชีวิตต้องการใช้เงิน ก็จำเป็นต้องขาย ถ้าวันหนึ่งเขามีเงินเค้าก็อยากได้พระเขาคืน เดินมาหาผม ผมก็อยากจะช่วยแต่ก็ดูไม่ขาด ถ้ามีใบรับรอง ผมสามารถช่วยเขาได้อย่างสบายใจขึ้น เป็นต้น ผมยอมรับคนที่เป็นเซียนพระทุกคนเสมอ ว่ามีความรู้เรื่องพระมากกว่าผม เพราะผมไม่ถนัดทางนี้ ก็บอกแล้วว่า ชอบพระเพราะเป็นพุทธศาสนิกชน แต่สำหรับในด้านการบริหารและจัดการ ผมก็เชื่อว่าผมก็มั่นใจว่ามีแนวคิดที่ผมนำเสนอได้ อยากให้พระมีใบรับรอง เซียนพระ เอาไว้เป็นที่ปรึกษาแลกเปลี่ยนความรู้ต่างๆ ได้ไหม ผมคิดว่าสมาคมเองก็รู้ถึงได้มีการออกใบเซอร์ ไงครับ แต่ทำอย่างขอไปที ถ้าทำอย่างเป็นระบบพระทุกองค์ที่มีการซื้อขายเปลี่ยนมือกันมีใบรับรอง เซียนพระซึ่งก็คือคนในสมาคมนั้นแหละ ก็จะค่อยๆ หายไปคุณว่าแบบนี้พวกเขาจะยอมทำไหม

แก้ไขกระทู้ แสดงความคิดเห็นกลับข้างบนลงด้านล่าง

# ความคิดเห็นที่ : 19

นอกกระดาน

 สมาชิก GOLD-CLUB

คะแนน: MAX P.

ตั้ง : 108 751 : ตอบ

ดีใจครับได้ความรู้สึก ดีๆ จากกระทู้นี้มาก ครับ ใจจริงอยากมากครับ อยากเห็น
วงการเราเป็นวงการที่เข้าง่าย ออกสะดวก มีมาตรฐาน หากทำได้ถึงวันนั้น
ประเทศไทยคงมีชื่อเสียงดีๆเพราะมีของดี ที่ชาวโลก ต่างเห็นงามด้วยครับถึงจะฝัน
แต่ก็ประโลมใจดีครับ จริงเปล่า รุ่นพี่ที่เสนอว่า เซียนพระ หน้าจะมีความหมาย
ทาง บวก เห็นด้วยอย่างสุดๆ ครับ จะเป็น เซียนได้ ต้องถือว่าเป็นอะไรที่เหนือ
คน แล้ว ควรมีพื้นฐานของความเป็นคน เหนือกว่าบุคคล ธรรมดา ไปในทางดี
นะครับ แล้วไอ้ประเภททียกตัวเองหรือทำให้ คนอื่นเข้าใจผิดคิดว่ามีวิชาแต่จรรยา
ไม่ถึงคนละครับ หน้าจะให้ฉายา กำกับกันเสียหน่อยจะได้ไม่ไปแปดเปื้อน เซียนตัวจริงที่หน้าเคารพ(หากมีโชคได้พบเจอนะครับ) ตกลงให้ ชื่อ ไรดีอะ พี่ๆ
เซียนมี ฤทธิ์ บินได้ลอยได้
คนธรรมดา เดินได้อย่างเดียว
แล้วอะไรมี ฤทธิ์ ลอยได้ แต่เป็นพวกไม่ดี ทางลบนะ อ่อ !!!
พี่ๆ ว่า หน้าจะเป็นอะไรได้บ้างนะครับ ช่วยคิดที่เถอะ ฮิฮิ อย่าลืมช่วยบอกตอบให้ด้วยนะครับ

แก้ไขกระทู้ แสดงความคิดเห็นกลับข้างบนลงด้านล่าง

# ความคิดเห็นที่ : 20

ครับเจ้าของกระทู้พูดก็ถูกนะครับ แต่คุณจะเริ่มจากอะไรล่ะครับ คุณต้องการมารตฐานในวงการพระ ผมอยากบอกว่าไม่มีอะไรที่ยึดถือเป็นมาตรฐานได้เลยสักอย่างเดียว แม้แต่กฏหมายที่เขียนขึ้นมายังมีการตีความออกไปไม่เหมือนกัน ผมอยากบอกว่าการออกใบเซอร์นั้นก็ไม่ได้ช่วยอะไรหรอกครับ ผมถามว่าหากคนที่ออกใบเซอร์ทราบว่าพระองค์นั้นๆคุณเช่ามาจากใครที่เขาให้ความเครพนับถือหรือเป็นรุ่นพี่ในวงการ แม้พระนั้นจะเก๊เขาก็ออกให้คุณว่าแท้ครับ บางทีพระราคาเป็นล้านเวลามีปัญหากันเคลียล์ลำบาก หรือถ้าเขาออกใบเซอร์ว่าเก๊คุณก็เอาไปคืนแล้วก็ยื่นใบเซอร์ให้เขาดู แล้วก็ขอคืน แต่คุณก็จะได้ไม่ครบหรือเจอลูกยึกยักของเจ้าของร้าน อย่างที่บอกนะครับ คุณต้องดูพระที่คุณจะเช่าให้เป็นก่อนอื่นใดเลย หรืออย่างน้อยมีพื้นฐานในการดูอายุพระความเก่าประวัติ ให้ได้บ้าง สักนิดก็ยังดี ผมอยากบอกว่าพระเก๊หรือแท้บางทีอยู่ที่ปากคนพูดครับ ถ้าพระเราแท้แต่เราหวั่นไหวกับคำพูดที่สวดมาเราก็ไม่สบายใจ หรือถ้าคุณเอาพระคุณไปให้คนเช๊ค(พระเก๊) เขาถามคุณว่าคุณเช่าใครมา ถ้าคุณไม่สนิทกับเขาจริงๆเขาไม่บอกหรอกครับ เขาก็บอกว่าแท้ๆอย่างเดียว แต่ไม่ซื้อ เขาไม่กล้าบอกเก๊หรอกครับเพราะมีสิทธ์ตู้ระเบิดเอาง่ายๆ แต่ถ้าพระคุณแท้เขาก็ไม่ถามว่าซื้อใครมาเขาถามราคาเลยครับ คุณไม่เคยเห็นนี่ครับ คนที่โดนตบสลบคาตู้มีเยอะแยะ โทษฐานไปสวดพระคนอื่นเขาทั้งๆที่บางทีพระเขาแท้ หรือบางทีเก๊ก็โดนได้ครับ เอายังงี้ รอให้คนที่มีตู้พระเปิดมานานมาตอบดีกว่าครับ ดูซิว่าจริงไม๊

แก้ไขกระทู้ แสดงความคิดเห็นกลับข้างบนลงด้านล่าง

# ความคิดเห็นที่ : 21

นอกกระดาน

 สมาชิก GOLD-CLUB

คะแนน: MAX P.

ตั้ง : 108 751 : ตอบ

มาตราฐานที่ดีคือมีอายุใช้งานได้ยาว เป็นร้อยเป็นพันปี อย่างทองมีแต่ขึ้นใช้กันมาแล้วเป็นพันปี
ดังนั้น หากเราต้องการทำให้พระเครื่อง พระบูชาของเราให้เป็นตำนานคงอยู่คู่โลก ตามสัจจะธรรม
ที่มีอยู่จริง ที่ว่า พุทธ = ปัญญา แล้วละก็คงต้องใช้ปัญญา ในการหาวัตถุบูชาที่เป็นตัวแทนแบบมีปัญญา
ที่พวกเซียนหลายคนทำกันอยู่แล้วคือ ยิ่งเก็บนานก็ยิ่งมีราคา เพราะไม่สามารถสร้างทดแทนได้หรืออย่าง
น้อยก็สร้างได้ไม่เหมือน จะเป็นชิ้นไหนอะไรบ้างไม่ทราบได้ครับ คิดกันเองแล้วกัน
แต่ที่โบราณสอนไว้ "ให้ทำตามที่เขาสอนแต่อย่าทำตามที่เขาทำ" บทความนี้ มีไว้ใช้กับพวกมนุษย์ธรรมดานะ
ครับ ในวงการพระเครื่องเรา มันต้องตรงข้าม แบบว่า "มองให้ดีว่าเซียนเก็บอะไรจริงๆ แล้วแย่งกันเก็บตาม"
เท่านี้ ผมว่าเล่นไปๆ เจ็บตัวอยากครับ พี่ๆ ว่าคนดังๆ เขาเก็บอะไรกันบ้างอะ รู้ก็ช่วยบอกกันด้วยนะครับ
พิมพ์สดไม่ได้ทวน มีผิด ไม่ชอบใจ ขอให้ผ่านไปเลยนะครับ

แก้ไขกระทู้ แสดงความคิดเห็นกลับข้างบนลงด้านล่าง

# ความคิดเห็นที่ : 22

ถามหามาตราฐานกับความเก่าของที่ไม่สามารถชี้ชัดได้......บอกคำเดียวว่าเหนื่อยครับ พระใหม่นะโอเคแต่ถ้าเลยกว่า50 ปี-100ปีก็รับรองว่าดู10ตาอาจได้คำตอบไม่ตรงกันมันมีหลายพวก พวกดีเล่นพระแท้ก็มี พวกเลวเล่นเก็หลอกขายแท้ก็มี พวกที่เล่นแค่ชอบราคาเด็กก็มี พวกเล่นสวยแท้ก็มี พวกกรรมการจัดให้ก็มี ผมบอกได้เลยตรับวงการนี้ไม่มีคนจริงเลยครับ ขายพระเอาหน้ารอด ปลอดเวลารับประกัน เช่าไปบรรลัยกัลย์ อนิจังพระเก็เอย วิธีแก้ไขไม่ยากครับ จัดตั้งสมาคมใหม่ รับออกใบรับรองพระแท้ พร้อมประเมิณราคาและหากต้องการขายๆได้เงินทันที นี้ซิตัวจริง จัดงานประกวด ก็ลงไปเลยแท้ทางสมาคมยินดีรับเช่าในราคาตามสากลตามสภาพพระในราคาที่XXXXบาทเป็นต้นระบุไปเลยครับหากสมาคมแน่จริงนี้ซิถูกต้องประกวดพระทำไมก็ในเมื่อแท้เก็ไม่รู้จริงส่งบางครั้งก็แท้บางครั้งก็เก็ สมาคมต้องประชุมกรรมการ ลงนามรับผิดชอบในการจัดงานประกวด พร้อมหุ้นกันซื้อหากพระลูกค้าต้องการ เท่านั้นแหละพระองค์นั้นจะแท้ตลอดกาลเพราะหากไม่พอใจสมาคมเขารับประกันราคาอยู่แล้ว รับเช่า หากกดราคาก็ด่าได้เลยเพราะพระไม่มีราคาตกครับยกเว้นพระซ่อมแต่ที่ไม่กล้าลงราคาเพราะรู้ว่ากลัวตายเพราะขายไปแล้วทำไง ผมว่าวิธีนี้ดีที่สุดท่านมีใบประกาศรับรองแถมประกันราคาส่วนการซื้อขายขึ้นอยู่กับความพอใจทั้งสองฝ่ายเหมือนที่ดินแต่คืนในราคาประเมินครับ แต่คนเช่าต้องดูเป็นด้วยนะจะดีมาก ส่วนราคาประเมินหากตำมากก็ด่าสมาคมเลยว่าราคาตลาดไม่เป็นหรือไง หรือปอดแฟบเอ๊ย.....คนจริงกล้าลุยแท้คือเพชร เก็คือดินปูนทรายแน่จริงให้เก็เป็นแท้ต้องปิดสมาคมเจ็งแหกตูดกลับบ้านหยอดยาแน่ๆครับ

แก้ไขกระทู้ แสดงความคิดเห็นกลับข้างบนลงด้านล่าง

# ความคิดเห็นที่ : 23

อยากอธิบายท่านเจ้าของกระทู้คำว่า" มาตรฐาน พระเครื่อง" มันกว้างและลึกเหมือนมหาสมุทร คนที่จะตัดสินใจได้คือตัวคุณเอง จากการศึกษาหาความรู้ และเจาะลึกเป็นเรื่องๆ ประเภทดูแล้วรู้ทุกองค์ฟันธงทุกพิมพ์
บอกได้ว่าไม่มีครับ แม้แต่พระในศูนย์ยังเก๋เลย แล้วที่บอกชนะที่1 สองสนามสนามต่อไปกรรมการบอกเก๋
นี่ไงบทพิสูจน์ พระใหม่ไม่เกิน50 ปียังพอมีแบบมาตรฐาน แต่พระกรุบอกได้คำเดียวว่า "ยาก"
เพราะเซียนจะอาศัย"ตา"เนื้อเก่าเนื้อย่น แต่ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย
ผมทำงานอยู่ฝ่ายสำรวจกองพิพิธภัณฑ์ กรมศิลป ตั้งแต่2514 อยู่กับงานสำรวจตรวจสอบโบราณสถานมาตลอด เดินทางตั้งเต็นท์สำรวจ รังวัดแถบทุกภาคของประเทศ ได้พบเห็นตรวจสอบขึ้นทะเบียนพระเครื่องของใช้โบราณมามากมาย ด้วยเครื่องทดสอบแบบอายุสัมบูรณ์( Absolute age ) หมายถึงอายุที่คำนวณหาได้จากไอโซโทปของธาตุกัมมันตรังสี ขึ้นอยู่กับวิธีการและช่วงเวลาครึ่งชีวิต(Half life period)
พระเครื่องหลายสกุลเช่นพระสกุลช่างลำพูนสมัยทราวดี ไม่ใช่มีเพียงวัดในลำพูนเท่านั้น หากแต่มีที่เวียงท่ากาน ตั้งอยู่ที่บ้านท่ากาน ตำบลบ้านกลาง อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ เวียงมะโน ตั้งอยู่ในเขตตำบลหนองตอง อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ เวียงเถาะ ตั้งอยู่ที่บ้านสองแคว ตำบลสองแคว อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เวียงหอด เวียงหอดหรือเวียงฮอด ตั้งอยู่ในเขตตำบลหางดง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่
เวียงเขลางค์นคร จังหวัดลำปาง ล้วนมีพระสกุลช่างลำพูน ที่มีอายุการทดสอบเท่ากันคือพันกว่าปีขึ้น
พระแต่ละองค์มีแบบพิมพ์และเนิ้อแทบไม่เหมือนกันเพียงคล้ายกัน เพราะพบแบบพิมพ์จากดินเผา ไม้สะเดา
ที่แต่ละชิ้นมีการแกะแบบพระพิมพ์เดียวกันถึงสิบกว่าชิ้นๆหนึ่งมีแปดองค์บ้าง สิบสององค์บ้าง และแบบแต่ละองค์ไม่เหมือนกันเพราะเป็นการแกะด้วยมือ ส่วนเนื้อดินนั้นก็แตกต่างตั้งแต่ส่วนผสมการเผา สภาพการเก็บที่แตกต่างบางที่อยู่ที่ดอน บางที่เป็นที่ราบชื้น พระที่ขุดขึ้นมาหมื่นองค์ แทบไม่เหมือนกันเลย มีหลายสีหลายขนาดบางองค์ชัดเจนตรงสวยงามเนื้อสดใส บางองค์บิดเบี้ยวเลือนลางเนื้อเหี่ยวย่น บางองค์เหมือนดินไม่สุก ต่างๆเหล่านี้ พวกเราที่ขุดขุ้ยอยู่กับสิ่งเหล่านี้มานาน ด้วย"ตา"ยังฟันธงไม่ได้เลยว่าพระเก่าจริงหรือไม่
นอกจากการสังเกตุสาระของเนื้อดินและการเทสจากแล๊ป เพราะงั้นอยากฝากถึง คนเล่นพระทั้งหลายอย่าไปฟันธงไปเรื่อยว่าพระกรุ องค์นั้นแท้ องค์นั้นเก๋ ต้องถามตัวเองก่อนว่า เคยเห็นเคยสัมผัสของจริงหรือไม่ที่ไหนกี่ครั้ง บางทีเคยเห็นแต่ของเก๋เก่าก็จดจำเป็นของแท้ เผลอๆที่เก็บไว้ในกระเป๋าเซียนนั้นนะ เก๋ทั้งกรุหรือเปล่า เอางี้ถ้าอยากรู้จริง เชิญที่พิพิธภัณฑ์ประจำจังหวัดที่กำเนิดพระนั้นๆ ใช้เวลานานๆหน่อยแล้วท่านจะเป็นเซียนด้วยตัวท่านเองครับ แต่ถ้าจะเช่าพระหลักแสน ขอให้นำเข้าแล็ปก่อนครับ

แก้ไขกระทู้ แสดงความคิดเห็นกลับข้างบนลงด้านล่าง

# ความคิดเห็นที่ : 24

แก้ไขกระทู้ แสดงความคิดเห็นกลับข้างบนลงด้านล่าง

Page : 1 of 3
 1  2  3  Next >>

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โพสไอคอน :

*ขนาดของภาพไม่เกิน 150 K (ใช้ได้เฉพาะภาพที่มีนามสกุล JPG,GIF)

*ขนาดของภาพไม่เกิน 150 K (ใช้ได้เฉพาะภาพที่มีนามสกุล JPG,GIF)